-8-
By kurumi
วนัสหน้าร้อนผ่าว นี่เราคิดอะไรอยู่เนี่ย 'บ้าจริงๆเลย ถ้าพี่ภูรู้เข้าล่ะก็ บ้า บ้า บ้า'
ภูริตเห็นวนัสนั่งเงียบไม่พูดไม่จาจึงถามว่า
"นัสเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเงียบเชียว"
วนัสสะดุ้งโหยงรีบตอบปฎิเสธทันที
"เปล่าครับพี่ผมไม่เป็นอะไร"
แต่จู่ๆวนัสก็รู้สึกคอแห้งผาก ร้อนไปทั่วตัว เขารีบหยิบกาแฟมาดื่มทันที
'เอแปลก ทำไมเรารู้สึกแบบนี้นะ อย่างกับ เราเองก็พึ่งอยู่กับพี่ภูไปเมื่อวานถึงแม้จะแค่นิดเดียวเราก็ไม่น่าจะอยากอะไรเร็วนี่นา หรือว่าเพราะเราคิดเมื่อกี้มั้ง'
วนัสชักงง
เพราะภูริตแสดงท่าทางว่าไม่สนใจที่จะได้เขากลับไปเลยจึงไม่เฉลียวถึงแผน(กาม)เลย
หน้าของวนัสเริ่มแดงด้วยความร้อนในร่างกายเริ่มสูงขึ้นลมหายใจหอบถี่ลำคอแห้งผาก
ภูริตลอบยิ้มเมื่อสังเกตเห็นอาการของคนรัก
เขารักวนัส รักมาก เพื่อที่จะได้วนัสกลับคืนมาเขาจะทำทุกอย่างไม่เลือกวิธีเลยคอยดู
'สงสัยยาจะเริ่มออกฤทธิ์แล้วสินะ'ภูริตยิ้มอย่าง***มเกรียมแล้วทำเป็นไม่สนใจ(ปีศาจ)
เขาจะทำให้วนัสรู้เสียทีว่าไม่ควรคิดหนีไปจากเขาอีกและไม่มีใครที่วนัสจะสามารถอยู่ด้วยได้นอกจากเขาเท่านั้น
เขาจะตามไปราวีทุกที่ทุกเวลาทุกสถานที่ไม่เว้นเวลานอกราชการด้วยจะตามไปสุดหล้าฟ้าเขียว
ถ้าเรื่องมากนักก็จับกดมันซะกลางที่ชุมชนมันซะเลยจะได้อายจนไม่กล้าหนีไปไหนได้อีก
'เอ๊ะ นั่นก็น่าลองดูแล้วถ่าย vdo ไว้ด้วยดีกว่า ถ้าทำขนาดนั้นแล้วยังคิดหนีอีกก็ให้มันรู้ไปวีดีโออย่างเดียวมันอ่อนหัดไป'เขาวางแผนการต่อ
วนัสนั้นเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังเกิดอารมณ์แบบไหนขึ้นกับตนก็ร้อนใจ เขากลัวว่าอาจจะแสดงอาการออกมาต่อหน้าภูริตก็ได้เลยคิดหาทางเผ่นหนีให้เร็วที่สุด
เพราะเขารู้ดีว่าถ้าภูริตสังเกตเห็นเข้าละก็ เขาคงไม่รอดแน่(รอดก็ไม่ใช่เราแล้ว)
ภูริตเป็นคนที่...เก่งมากถ้าเขาได้อยู่ในอ้อมแขนนั่นอีกครั้งล่ะก็เขานั่นแหละที่จะหนีไม่รอด
"เอ่อ นี่ก็ดึกแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับพี่เองก็ไม่ค่อยสบายด้วย" วนัสหาทางขอตัวกลับ
ภูริตสะดุ้งโหยง
'เฮ้ยไม่ได้การล่ะขืนกลับตอนนี้ล่ะก็เสียแผนพอดีต้องหาทางล่อไว้' ปีศาจรีบคิดหาทางโดยเร็วที่สุด
"ทำไม นัดเวลามันไว้หรือไงถึงบอกว่าเวลาแค่นี้ดึกมากน่ะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระด้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
"หรือว่าอยากกลับไปบอกมันว่า ไอ้หน้าโง่อย่างชั้นยอมกลับไปแล้วจะไม่มาขวางทางรักของมันอีก ไอ้นั่นมันปรนเปรอเธอด้วยอะไรนะ
ถึงใจมากใช่มั้ยเธอถึงได้อยากกลับไปนัก"
ภูริตพูดแล้วก็เข้าประชิดตัววนัสทันทีเขากระชากแขนวนัสให้เข้ามาหาตัวเองอย่างแรง
"ก็ได้ จะไปก็ได้แต่ชั้นจะต้องได้เธอก่อนนะนัส ให้สมกับที่ชั้นดั้นด้นมาหาเธอครึ่งโลกแบบนี้ไงล่ะ"
พูดจบมือของภูริตก็ตะปบลงไปที่บั้นท้ายของวนัสทันทีเขาบีบเคล้นแรงๆทั้งสองข้าง
เขารู้ดีว่าวนัสมีจุดอ่อนที่ไหนบ้าง
เขาเป็นคนสอนให้วนัสหลงไหลในรสชาติแบบไหน เขาเป็นคนสอนให้ร่างกายของวนัสมีปฏิกิริยากับสัมผัสของเขาแบบไหน
ทำไมเขาจะไม่รู้เล่า เวลาแค่18เดือนมันไม่นานพอที่จะทำให้เขาลืมหรอกถึงแม้ว่าจะไม่มีวนัสอยู่เคียงข้างก็ตามที
เขานอนฝันถึงวนัสทุกคืน ฝันถึงวันเวลาที่อยู่ด้วยกัน นอนเคียงข้าง ด้านบน ด้านล่าง ด้านข้าง ก่ายเกยกันและกัน
เขาสอนทุกสิ่งให้วนัสเอง ไม่ว่ามันหน้าไหนก็ทำให้วนัสเต็มอิ่มไม่ได้หรอกนอกจากเราคนเดียว
วนัสนั้นแค่นั่งอยู่เฉยๆเมื่อกี้ก็แย่พอแล้วแล้ว นี่กลับมาเจอกับมือปลาหมึกของภูริตอีก
เขาจึงทนไม่ไหวเผลอครางออกมา
"อาาาาาาาา พี่ภู แรงอีกครับ"
'เฮ้ย ตายแล้วเราพูดอะไรออกไปเนี่ย'วนัสตกใจ
ภูริตลอบยิ้ม(น่ากลัวมากกกกกกกกกก)
"ฮึ แน่ล่ะเธอทนไม่ได้หรอกนัส นอกจากพี่จะมีใครทำให้เธอพอได้ไม่มีหรอกพี่ให้เธอจนเกินพอด้วยซ้ำไปใช่มั้ยล่ะว่าไงล่ะตอบสินัส"
วนัสหลับตาไม่กล้าตอบเขากลัวว่าถ้าลืมตาล่ะก็ภูริตต้องรู้ทุกอย่าแน่
ภูริตลากมนิ้วมาด้านหน้า จัดการปลดกระดุม รูดซิปแล้วสอดนิ้วเข้าไป
วนัสครางลั่น "พี่ พี่ภู นั่น นั่นตรงนั้น"
ภูริตยิ้ม***ม เขาลงมือกอบกำส่วนนั้นอย่างรุนแรง
วนัสสะดุ้งเฮือกความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วร่าง
มือของเขาโอบกอดตัวภูริตไว้แน่น ยึดเหนี่ยวไว้ราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย
ภูริตยิ้มมากขึ้นไปอีก
เมื่อวนัสทำเช่นนั้นแผนการร้าย(กาม)ยังไม่จบแค่นี้หรอก มันพึ่งเริ่มต้น
เขาถอดกางเกงของวนัสออกพลางบีบเค้นส่วนอ่อนไหวนั่นอย่างรุนแรงราวกับว่าต้องการให้วนัสขาดใจตายไปด้วยความรู้สึกที่รุนแรงเหลือแสนนั่น
วนัสครางดังลั่นไม่หยุดหย่อนเขาเกือบถึงแล้วแต่จู่ๆภูริตก็หยุดมือวนัสพลัดตกจากวิมานทันที
ภูริตผลักวนัสออกไปแล้วพูดว่า
"โอ๊ะโอ๋ ขอโทษทีนะนัสแต่เธอไม่ควรเองที่ทำให้พี่โกรธน่ะเลยเกือบไปเลย เห็นมั้ยล่ะ กลับไปได้แล้วคนรักเธอรออยู่นี่นา เดี๋ยวจะมาอาละวาดหาตัวเธอที่นี่
พี่ขี้เกียจมีเรื่อง ไปขอให้เขาจัดการต่อเองแล้วกัน ไม่น่าเลยเรา เสียเวลาจริงๆ" ภูริตพูดพลางถอยห่างออกมา
หลังจากจัดการสวมกางเกงให้วนัสเรียบร้อยแล้ว วนัสยังไม่ได้สติเนื่องจากภูริตพาเขามาไกลเกินไป(โดยตั้งใจ)
วนัสเรียกภูริตด้วยเสียงเว้าวอน ออดอ้อน "พี่ภู พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ ทำไมพี่ใจร้ายกับผมแบบนี้"
เขาส่งสายตาออดอ้อนแบบที่ภูริตคนเก่าไม่เคยต่อต้านได้เลย แต่ภูริตตอนนี้นั้นเปลี่ยนไปแล้ว
เขาใจแข็งมากขึ้น ไม่ยอมอ่อนง่ายๆ "ไม่ล่ะนัส พี่ขี้เกียจตื่นมาโดนเราว่าว่า พี่ฉวยโอกาส"เขาตอบแบบไม่ใยดี "ออกไปได้แล้ว พี่จะนอน
ไม่อยากได้คนที่วิ่งโร่ไปให้ผู้ชายอื่นกอดมาแล้วหรอกน่า พี่มีปัญญาหาได้ไม่ต้องห่วง"
วนัสสะอึกกับน้ำคำของภูริต เขาอยากหนีไปให้ไกลจากผู้ชายคนนี้
แต่เขาไม่มีแรงเลย เขายืนไม่ได้ด้วยซ้ำ แรงอารมณ์นั้นส่งผลกับเขามากเกินไป
เขาไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นเพราะฤทธิ์ยาต่างหาก
เขาพยายามที่จะลุกแต่ก็ทำไม่ได้
ภูริตเข้ามาพยุงวนัสขึ้นแล้วพูดว่า "ไม่ออกไปใช่มั้ย อยากให้พี่โยนออกไปใช่มั้ย ก็ได้" แต่นึกหรือว่าภูริตจะทำจริงๆ
เขามีแผนในใจไว้แล้วเขากระชากวนัสมาใกล้ๆโดยจงใจให้ท่อนล่างของวนัสมาเสียดสีกันของเขา
การกระทำนั้นทำให้วนัสไม่อาจทนได้อีกต่อไป
เขากระชากภูริตลงมาบดเบียดริมฝีปากอย่างเร่าร้อนพลางรูดซิปกางเกงของภูริตลงแล้วสอดมือเข้าไปปลุกเร้าภูริตอย่างรวดเร็ว
เขาเร่งจังหวะมือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้พลางไล้จูบมาตามแนวกราม แลบลิ้นมาไล้เลียผิวแก้มสากระคายด้วยไรเครานั่น ลงมาที่คอพลางใช้มืออีกข้างปลดกระดุมเสื้อ
ซอกซอนจุมพิตไปที่ยอดอก
ภูริตต้องใช้กำลังทั้งหมดมากดตังเองไม่ให้สนองกลับไป
วนัสครางอย่างหงุดหงิด
เขาผลักภูริตลงไปนอนกับพื้นห้องทันทีแล้วจึงฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
เขาถอดเสื้อและกางเกงออกไปภายในเวลาไม่ถึง10วินาทีแล้วขึ้นคร่อมภูริตทันที
ภูริตตกใจมาก
เขาไม่นึกว่ายาจะแรงขนาดนี้
วนัสปลุกเร้าให้ส่วนนั้นของภูริตตื่นตัวแล้วจึงสอดนิ้วของตัวเองเข้าไปที่ช่องทางของเขาเอง
ภูริตมองภาพนั้นอย่างเพลิดเพลิน
เขาเอามือไปจับตัววนัสไว้ แต่กลับโดนวนัสแห้วใส่ว่า
"นิ่งไปเลยนะพี่ภูไม่ช่วยแต่แรกก็อยู่เฉยๆเลยไป ผมทำเอง"
ภูริตหรือจะฟังเขาบอกว่า"ก็เห็นชักช้านี่นา ถ้าจะทำก็เร็วๆเข้า ไม่งั้นก็ไปหาคนอื่นโน่นไป พี่จะนอนแล้วไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กแบบเธอหรอกนะ" เขาแกล้งยั่ว
วนัสโกรธจัด"แล้วใครใช้ให้พี่มาเอาเด็กแบบผมล่ะ"
"ก็เมื่อก่อนไม่เด็กแบบนี้นี่ เร็วๆน่า รำคาญ" เขาทำท่าเบื่อหน่าย
วนัสพูดไม่ออก ร้อนก็ร้อนแต่เขาก็สะอึกไปกับคำพูดของภูริตเหมือนกัน
'นี่พี่เขาเอาจริงเหรอเนี่ย จะทิ้งเราจริงๆเหรอ' วนัสคิด
"พี่ภู ผม" เขาเรียกเบาๆ
"ว่าไง จะทำไม่ทำ ถัาไม่พี่จะได้ไปนอน ไม่อยากได้ความสงสารของเธอหรอกนะไม่ต้องห่วงว่าพี่จะอดหรอก ไอ้ที่ทำแบบนี้ก็เพราะสงสารใช่มั้ยล่ะ"
เขาเอ่ยเสียงเย็น
"ไม่ใช่นะครับ ผมทำเพราะผมรักพี่ภู ผมต้องการพี่ ผมรักพี่ พี่แหละไปมีลูกกับคุณจินพี่ทิ้งผมไปต่างหาก
"นี่เราไม่เชื่อใจกันเลยนะนัส" ภูริตคำราม
"เด็กนั่นมันลูกเจ้าพัด ไม่ใช่พี่ซะหน่อยแล้วเราน่ะก็ดันไปเชื่อที่ยัยมินนั่นเป่าหูซะสนิทเลย":
วนัสอึ้ง"หา"
ภูริตยิ้ม"ว่าไงจ้ะ จะทำรึไม่ทำพี่น่ะนอนรอแล้วนะนัส"
"พี่ภู"
"ถ้าไงไปทำกันที่เตียงดีกว่านะ พี่ปวดหลัง" เขาฉะอ้อน
"พี่ภูอุ้มไปเร็วๆสิครับ ผมลุกไม่ไหวแล้ว ร้อนไปหมดเลย" วนัสอ้อนหนักกว่าพลางยั่วกลับเสียอีก
"งั้นเอางี้แล้วกัน"ว่าแล้วเขาก็สอดร่างเข้าไปในตัววนัสทันที
วนัสร้องลั่นห้อง รู้สึกถึงภูริตในตัวเขา
"อ้าาาาาา พี่ภู อีกเร็ว อย่าหยุดนะพี่ ไม่ต้องไปแล้ว เร็วตรงนี้แหละ นะ"
"จ้ะๆ ใจร้อนจัง" ภูริตรีบบอก เขาเองก็ไม่อยากทนแล้ว
ภูริตลุกขึ้นยืนทั้งที่อยู่ในท่าที่เขายังอยู่ในตัววนัสแบบนั้น
วนัสไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้ว เขาเริ่มขยับเขยื้อนตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขากำลังหลงอยู่ในวังวนของอารมณ์ที่ห่างหายไปนาน
ในเมื่อเขาและภูริตเข้าใจกันแล้วและเด็กนั่นที่เขาเห็นก็ไม่ใช่ลูกภูริตเขาจะกลัวอะไรเล่า
คนของเขา เขาไม่ให้ใครมาแย่งไปแน่ คราวนี้เขาจะสู้เพื่อตัวของเขาเอง
ประตูห้องนอนนั้นถูกปิดลงตามหลังคนทั้งคู่
มีเพียงเสียงครางของคนสองคนเท่านั้นที่ดังลอดออกมา
************
สมคิดนอนยิ้มอยู่ในความมืด
"คราวนี่คุณนัสคงกลับไปกันคุณภูซะทีนะว่าไงจิต" เขาเอ่ยกับจิตเพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานติดตามภูริตด้วยกันมานาน
"อืม คงงั้นนะพี่คิด" จิตตอบ ทั้งเขาและสมคิดต่างก็ติดตามภูริตมานานก่อนที่เขาจะพบกับวนัสเสียอีก
จิตรู้ดีว่าสมคิดเอ็นดูภูริตราวกับน้องแท้ๆของตัวเอง
ตอนที่วนัสหายตัวไปนั้นสมคิดเองก็ห่วงทั้งวนัสและภูริตมาก เพราะเขารู้ดีว่าภูริตรักวนัสมากแค่ไหน
"เฮ้อโล่งไปที" ทั้งคู่กล่าวพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
"นอนเถอะเรื่องเจ้านาย เราไม่เกี่ยว" สมคิดเอ่ยชวน
"มีหวังคุณนัสนี่นอนเลยเที่ยงแหงเลยเนอะพี่" จิตพูด
"อือ" สมคิดพูดแค่นั้นแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะพร้อมกัน
************
วันรุ่งขึ้น
และแล้วก็เป็นจริงดั่งที่สมคิดและจิตคาดไว้ ขณะนี้เวลาเลยเที่ยงวันมา2ชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครออกมาจากห้องนอนของภูริตเลย
เมื่อคืนกว่าทั้งสองจะหลับได้นั้นก็แทบแย่เนื่องจากไม่ว่าจะปิดหูยังไงก็ยังได้ยินเสียงของวนัสและภูริตอยู่ดี
จนทั้งคู่ต้องลุกมาค้นหาที่อุดหูที่นำติดตัวมาด้วยในกระเป๋าเดินทางแต่ไม่ได้ลื้อออกมาจึงหลับลงได้ ทั้งคู่ไม่รีบร้อนที่จะทำอะไรในเช้านี้เนื่องจากไม่มีธุระที่ไหน
ขณะนั้นในห้องนอนภูริตตื่นนานแล้วแต่ไม่ยอมลุก
เขายังคงนอนมองวนัสที่หลับอยู่อย่างเหนื่อยอ่อนเนื่องจากฤทธิ์ยานั้นรุนแรงเกินไป พลางคิดรายการแก้แค้นพวกที่ช่วยวนัสตอนที่แอบหนีมา
อืม คนแรกเลยก็ยัยนิด แต่จะเอาไงกับยัยหนูนี่ดี ขืนรุนแรงมากพ่อกับคุณลุงลุกมาฆ่าเราแน่ ไม่เป็นไร ลงชื่อไว้ก่อนแล้วค่อยเชือดทีหลังก็ได้
แล้วก็เจ้าพัด เจ้านี่น่าจะจับตอนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย มั่วไปทั่วทั้งที่แต่งงานจนลูกสองแล้วนะ ไม่น่านับมันเป็นน้องเลย ให้ตายสิ
แล้วก็ยัยมิน หนอย ยุ่งดีนักต้องจัดการ ฮึ! สามีตัวเองยังคุมไม่อยู่ ปล่อยให้มาแร่ดๆนอกบ้านจนไปยุ่งกับเพื่อนสนิทตัวเอง แล้วยังแสนรู้ว่าเป็นลูกเรา
ทำให้นัสหนีเราไปแบบนี้ต้องเล่นหนักๆหน่อยแล้ว
เขาวาแผนการ(ชั่ว)อยู่ในใจ
ขณะนั้นเองวนัสลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี แต่ภูริตมัวแต่คิดวางแผนแก้แค้นอยู่จึงไม่ทันสังเกตว่าวนัสตื่นแล้ว
วนัสลืมตามองเห็นภูริตกำลังหมกมุ่นคิดอะไรอยู่ก็ยิ้ม เอื้อมมือไปลูบแก้มของคนรัก
ภูริตสะดุ้งโหยง คิดอะไรอยู่ครับพี่ภู ลืมผมไปเลย ตื่นนานแล้วเหรอครับ วนัสถามหยอกล้อภูริตเล่น
ก็ซักครู่แล้วจ้ะ เมื่อกี้ถามว่าอะไรนะจ้ะนัส เขาตอบยิ้มใส่หน้าวนัส
ผมถามว่าคิดอะไรอยู่ครับ พี่ถึงใจลอยขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าเรื่องงานน่ะครับ ผมรู้จักพี่ดี ลองทำหน้าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องงานแน่
ต้องเป็นเรื่องอะไรสักอย่างที่ไม่ดีมากๆด้วย วนัสดักคอ
ภูริตหัวเราะ ไม่โกรธที่ถูกคนรักดักคอ ก็คิดถึงเรื่องของเราน่ะ
เรื่องของเรา? ทำไมครับ หรือพี่เสียใจเรื่องเมื่อคืนนี้ วนัสหน้าเสีย กลั้นใจถามออกไปทั้งๆที่กลัวคำตอบเป็นที่สุด
ถัาพี่บอกว่าเสียใจที่นอนกับเราล่ะ วนัสคิดอย่างใจเสีย
นัส พี่นึกว่าเราพูดกันรู้เรื่องแล้วนะว่าพี่ไม่เคยรังเกียจหรือคิดเป็นอื่นเลย พี่รักวนัส ผู้ชายคนนี้ที่อยู่ตรงหน้านี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งชีวิตนี้พี่จะมีเราคนเดียว"
เขาให้สัญญา พลางคิดว่าต้องพูดกันให้รู้เรื่องเสียที
นัสรู้มั้ย18เดือนที่ผ่านมาพี่อยู่ด้วยความรู้สึกยังไง พี่ตกอยู่ในนรกนะนัส ไม่มีเลยแม้แต่นาทีเดียวที่พี่จะมีความสุข พี่นึกถึงนัสตลอดเวลา ตลอดเวลาที่นัสหนีพี่ไป
พี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวเหลือเกินว่านัสจะมีอันตราย จะลำบาก จะถูกใครข่มเหงรังแกหรือเปล่า จะได้ทานอะไรรึยัง จะนอนที่ไหน จะคิดถึงพี่บ้างไหม
นัสที่อ่อนโยน ว่าง่าย น่ารัก ช่างปรนนิบัติดูแล ออดอ้อนกับพี่ พี่กลัว กลัวเหลือเกิน ถ้านัสเกิดไปเห็นใครที่คล้ายพี่เข้าแล้วเอาใครมาเป็นตัวแทนพี่
ไปทอดร่างให้คนอื่นเชยชม ไปให้คนอื่นได้สัมผัส แตะต้อง กอดก่าย เป็นเจ้าของนัสล่ะก็ พี่ต้องฆ่ามัน พี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่ แค่นึกถึงนัสพี่ก็ร้อนรุ่ม กลัว กังวลสารพัด
ตอนที่พี่ได้ข่าวว่านัสอยู่ที่อังกฤษ พี่ดีใจแค่ไหนนัสไม่รู้หรอก พี่กลับบ้านจัดกระเป๋าแล้วก็จองเครื่องบินมาที่นี่เลยแต่ไม่มีเครื่อง พี่ต้องรออยู่ถึงสองวัน
พี่แทบคลั่งแล้วเป็นไง พอพี่มาถึงนัสกลับบอกพี่ว่านัสไม่กลับ นัสจะเลิกกับพี่ ทุกอย่างระหว่างเรามันจบลงแล้ว นัสมีคนอื่นแล้ว นัสขอเลิกกับพี่
โลกของพี่ถล่มทลายเลยนะตอนนั้นน่ะ พี่อยากตายเลยจริงๆ แต่ก็คิดว่าถ้าพี่จะไปพี่จะเอานัสไปด้วย พี่ยอมไม่ได้หรอกถ้านัสจะเป็นของคนอื่น พี่ไม่ยอม
ภูริตพูดอย่างหมดเปลือก เขาสารภาพทุกอย่างออกมา
ความอัดอั้นตันใจที่เก็บอัดมานานทำให้เขาเล่าให้วนัสทุกอย่างให้วนัสฟังทั้งหมด
วนัสนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ผมกับพี่ภูก็ไม่ผิดกันสักเท่าไหร่หรอกครับ ตัวผมเองจากพี่มาก็แทบตาย ผมนอนร้องไห้ทุกคืนจนทุกวันนี้ ยัยว่านน่ะแทบจะบ้าตาย
พยายามลากผมออกงานทุกงานที่มี พอผมไม่ไปพระแม่เจ้าท่านตามราวีถึงที่ทำงานจนอาประชานี่เผ่นหนีทุกครั้งที่ว่านมาเลย ทุกคนกระเจิงหมดเลยเวลาว่านมาที
พี่น่าจะได้เห็นนะครับ ตลกที่สุดเลย
วนัสหัวเราะ เขานึกภาพว่านที่เวลามาที่ทำงานเขาทีราวกับทอร์นาโดบุก กระเจิดกระเจิงกันคนละทิศคนละทางเลย ไม่เลือก ไม่เว้น เด็กหรือแก่ หัวหงอก หัวดำ
แม่เจ้าประคุณเล่นงานหมดเลยถ้าขวาง
พอได้ยินชื่อประชาคู่อาฆาต ภูริตก็ฉุนขึ้นมาทันที
นายนี่อีกคน ต้องลงบัญชีหนังหมาไว้ ไอ้หมอนี่ต้องฆ่าทิ้ง ปล่อยไว้ไม่ได้ ไอ้หอก(หัก)ข้างแคร่ ภูริตจัดการเพิ่มรายชื่อทันที
พี่ภูบอกว่าพี่อยู่ในนรก ผมเองก็เหมือนกัน I WAS LIVING IN HELL แต่ตอนนี้เรากลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว หมดทุกข์หมดโศกกันเสียที แต่พี่จำไว้นะครับผมรักพี่ รักมาก
ไม่เคยรักใครเท่าพี่มาก่อนและจะไม่รักใครอีกแล้วนอกจากพี่ แต่วันใดที่พี่มีคนอื่น ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงผมจะไปจากพี่ทันที และจะไม่กลับมาหาพี่อีกเลย
เรียกได้ว่าเผาผีก็ไม่ต้องมา ผมพูดจริงทำจริงนะครับ จำไว้ วนัสพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาทำหน้าขึงขัง ยื่นคำขาดออกไป
ภูริตตอบกลับไปว่า ไม่มีอีกแล้วล่ะนัส ไม่มีอีกแล้ว เราจะไม่พรากจากกันอีก เขาโน้มตัววนัสลงมาจูบเนิ่นนาน
คนบางคนเมื่อของนั้นอยู่ข้างตัวกลับไม่รู้ค่า จะมารู้ก็เมื่อสูญเสียมันไป
แต่นี่ขนาดเขารู้ค่า เพียรรักษาไว้แล้วก็ยังไม่วายต้องสูญเสียไปครั้งหนึ่งจนได้ ต้องโหยหา ทุรนทุรายเฝ้าติดตาม ค้นหาตกนรกทั้งเป็นกว่าจะได้ผู้เป็นที่รักกลับมา
จะรู้รักษ์ ไม่ให้ช้ำ ต้องมัวหมอง
จะประคอง กองกอดไว้ ไม่มีหน่าย
ไม่ยอมคลาย กายแลจิต ชั่วชีวิตเลย
จบ อวสาน The End มันก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ