2006/Sep/19

27

By Kurumi

วันรุ่งขึ้นพวกเราทำทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไปสอบวิชาสุดท้ายของเทอมนั้นก่อนจะไปทำเรื่องขอพักการเรียนของเราทั้งสองคนแล้วจึงกลับบ้านที่ชานเมือง

อาอลันรอยู่แล้วในห้องนั่งเล่น ท่าทางสงบเยือกเย็นของอาทำให้ผมนึกว่าอายังไม่ทราบเรื่องหากเมื่ออาพูดออกมาผมงี้ใจไปอยู่ที่ตาถตุ่มเลยทีเดียว

นัดฝากครรภ์เมื่อไหร่อลิซ

ก็นัดไว้วันศุกร์นี้ค่ะ 10 โมงเช้า เธอตอบเบาๆ

งั้นอาจะไปด้วยนะ มีเรื่องต้องถามหมอเขาเยอะแยะเลย

หน้าเธอเริ่มซีดเมื่อได้ยินประโยคนั้น 

อาขา หนูขอล่ะค่ะ ขอเอาลูกไว้เถอะนะคะ แกไม่ผิดอะไรเลย คนที่ผิดคือหนูอย่าให้หนูต้องเอาแกออกเลย หนูทำไม่ได้ เธอถลาเข้าไปกอดแขนอาอลันไว้เสียแน่น ละล่ำละลักบอกเขา พยายามอ้อนวอนขอร้องสุดความสามารถด้วยเกรงจะเสียลูกไป

อาไม่ได้ให้เอาออกหรอกอลิซ อาแค่อยากพูดถึงการดูแลเราระหว่างการตั้งครรภ์ต่างหาก อาเคารพสิ่งที่เราตัดสินใจเสมอน่าไม่ต้องห่วงหรอก ท่านบอกด้วยความอ่อนโยน มือก็ยื่นมาลูบผมเธอเบาๆ

ขอบคุณค่ะอา ขอบคุณจริงๆ ค่ะ เธอโผเข้ากอดอาอลันเอาไว้แน่นด้วยความตื้นตันใจ สองอาหลานกอดกันตัวกลมด้วยความรักที่มีต่อกัน

ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปัญหาที่ผมเคยกลัวไว้นั้นได้จบลงแล้วหากสิ่งที่ยังเหลือเป็นหนามแทงใจขงอผมอีกสิ่งหนึ่งนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย นี่ผมควรทำอย่างไรดี ใครก็ได้บอกผมทีเถอะ

kurumikurumik

ลมเย็นๆ พัดเอื่อยๆ มากระทบผิวกายชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในสวนตามลำพัง เขากำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

ผมสีดำสั้นตัดกับผิวสีนวลแบบคนเอเชียปลิดไปตามกระแสลมยามเย็น หากดูเขาไม่ค่อยจะสนใจเท่าใดนัก ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับเขา อลิซ เธอตั้งท้องกับแม็กซ์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะยินดีในข่าวนี้ยิ่งนัก หากมันเกิดก่อนการประกาศหมั้นระหว่างแม็กซ์กับเจนนี่

อลิซตัดสินใจเอาลูกไว้โดยจะไม่บอกแม็กซ์

เธอกำลังจะเป็น Single Mom

คนอื่นเขาจะคิดยังไงกันนะ

น้องเขาจะต้องโดนพวกหนังสือพิมพ์ขุดคุ้ยกันขนาดไหนเมื่อทราบข่าวกัน

จะโดนนินทาว่าร้ายขนาดไหน

แล้วเธอล่ะจะทนได้หรือ

เขาล่ะจะทนให้มันเกิดขึ้นได้ยังไง

มีอยู่วิธีหนึ่งที่จะแก้ปัญหานี้ได้ หากแต่เรย์ ในหน้าของเรย์ผุดขึ้นมาในหัวของผมในตอนนั้นเอง ผมรักเรย์ รักมากด้วย แต่ว่าถ้าผมไม่ทำอะไรลงไป อลิซล่ะ?

เรย์รักผมมานาน เขาเข้าใจผมยิ่งกว่าใครๆ พอๆ กับอลิซเลยก็ว่าได้ หากสิ่งที่ผมทำลงไปเพื่ออลิซเกิดไปทำร้ายจิตใจเรย์ล่ะ ผมจะทำยังไงดี

คริสได้แต่ครุ่นคิดอยู่อย่างนั้นกลับไปกลับมาไม่มีคำตอบ หามันไม่เจอ เลือกไม่ถูกจนกระทั่งค่ำก็ทำอะไรไม่ได้จึงเป็นปัญหาหนักอกของเขาอยู่นั่นเอง

เรย์ ขอคุยด้วยหน่อยสิ ผมตัดสินใจเรียกเขาในเย็นวันหนึ่ง

ได้สิ เขาตอบง่ายๆ ก่อนจะหันไปยิ้มขอตัวกับอลิซและอาอลันที่นั่งอยู่ด้วยกันในห้อง มีอะไรเหรอ

ไปคุยกันที่อื่นเถอะ ผมตอบแล้วเดินนำเขาออกไปจากห้องนั่งเล่น ผมปิดประตูห้องนอนของตัวเองนำเขาเข้าไป รอจนเขาปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ อยู่หลายครั้ง

มีอะไรน่ะคริส เครียดเชียว นายท้องหรือไง เรย์เห็นผมเครียดจึงอดแหย่เล่นไม่ได้

ถ้าฉันท้องได้นายก็เป็นพ่อล่ะ ผมประชดเข้าให้ และถ้าทำได้ฉันอยากจะท้องแทนอลิซให้มันรู้แล้วรู้รอดเสียจริงๆ เลยนะจะได้หมดเรื่องหมดราวไปเลย

คริส ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าเครียดแบบนี้สิ ถ้าอลิซเห็นเข้าคงคิดอะไรมากมายตามประสาคนท้องพอดี เรย์พยายามเย้าแหย่ให้ผมอารมณ์ดีขึ้นหากเรื่องที่ผมจะพูดกับเขามัน

เรย์ หยุดเถอะ ขอร้องล่ะฟังฉันก่อนนะ ผมออกปากขอร้องให้หยุดพูดเล่นเสียที ฉันซีเรียสนะ ฉันทนให้อลิซเป็น Single Mom ไม่ได้หรอก แล้วลูกของเธออีก ฉันทนให้แกเกิดมาขาดพ่อแบบนี้ไม่ได้

คริส นายต้องเข้าใจนะว่านั่นคือสิ่งที่อลิซเลือก เธอต้องการแบบนั้นเราเข้าไปขัดขวางเธอไม่ได้หรอก เรย์พยายามเตือนสติผมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

ใช่ ฉันรู้ แต่ว่าเรายังทำอะไรได้อีกนี่ และฉันก็ตัดสินใจแล้วด้วย ผมหยุดมองหน้าเขาเต็มๆ ตา ประทับดวงตาคู่นั้นไว้ในใจให้ลึกที่สุด เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะพูดออกไปนั้นมันอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงชนิดไม่มีวันกลับมาดีเหมือนเดิมได้อีกเลย

ฉันจะแต่งงานกับอลิซ

หา!!! เรย์ร้องเสียงหลงเมื่อเขาได้ยินประโยคนั้น

ฉันพูดจริงนะเรย์ ฉันจะแต่งงานกับอลิซ ลูกของเธอจะได้มีพ่อตามกฎหมาย มีพ่อให้การเลี้ยงดู ให้ความอบอุ่น ค่อยดูแลอยู่ใกล้ชิด ใครๆก็จะมาว่าเธอไม่ได้ด้วย ผมพูดเสียงขึงขัง

นายขอเธอแล้วเหรอ เรย์ถามผมเสียงแผ่วหวิว

ยัง ฉันรอบอกนายก่อนแต่ฉันไม่เปลี่ยนใจแน่ ฉันตัดสินใจแล้วและจะไม่ยอมให้เธอปฏิเสธแน่ ไม่ว่าใครก็ขวางฉันไม่ได้หรอกงานนี้ ผมก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ค่อยๆเอื้อมมือไปประคองใบหน้าของเขาไว้ด้วยความทะนุถนอมอ่อนโยน พยายามสื่อให้เขารู้สึกถึงความรู้สึกของผมที่รักเขาเหลือเกิน

ฉันรักนายนะเรย์ รักมาก รักที่สุด คนที่ฉันรักมีเพียงนาย นายเท่านั้น หากอลิซก็มีความสำคัญสำหรับฉันมาก ฉันขาดเธอไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอฉันคงตายไปนานแล้วและเหนือสิ่งอื่นใด

เรย์มอน สเปนเซอร์ ฉันยอมให้เธอตกต่ำไม่ได้เป็นอันขาด

ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันและทุกคนวางเธอไว้ในที่สูงมาตลอด สูงที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้ ฉันวางเธอไว้ที่นั่น เฝ้ามองด้วยความภาคภูมิใจเป็นที่ยิ่งว่าเธออยู่ในที่สูง ที่ๆเหมาะสมกับความดีที่เธอมี ทั้งสะอาดทั้งบริสุทธิ์

ถ้าเธอต้องตกลงมาเกลือกกลั้วอยู่กับดินโคลนที่สกปรกโสมมล่ะก็ ฉันต้องขาดใจตายแน่ๆ ฉันทนให้มันเกิดขึ้นไม่ได้หรอก ไม่ได้จริงๆ เพียงแค่คิดฉันก็ ผมพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่เมื่อนึกตามคำพูดของตนเอง เพียงแค่คิดคอก็แห้งผาก

ตอนนั้นเองเรย์ก็รวบร่างของผมเข้าไปกอดไว้แน่น ใบหน้าเขาแนบอยู่กับหัวไหล่ของผม พอแล้วคริส ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว พอแล้วฉันเข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจนายดี ไม่ต้องพูดอีกแล้ว เสียงเขาสั่นพร่า

ฉันรักนายมาตลอด เฝ้ามองดูเพียงนายคนเดียว ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายรู้สึกอย่างไรกับเรื่องทั้งหมดนี้ เพียงแค่ฉันจะพูดหรือไม่เท่านั้นเอง

ผมกอดเขาไว้แน่น แน่นจนราวกับว่าถ้าผมกอดเขาไม่แน่นพอเขาจะหายไป เหมือนนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้กอดเขาไว้ในอ้อมแขนผมก็ได้ เรย์ ฉันขอโทษที่ตัดสินใจเรื่องนี้ไปโดยไม่ปรึกษานายก่อน แต่ฉันทนไม่ได้จริงๆนะ ฉันรู้ว่าฉันผิดและถ้านายจะโกรธฉัน ฉันก็ไม่ว่าอะไรนายหรอกเพราะนายมีสิทธิ์ที่จะโกรธฉันเต็มที่เลย แต่ฉันต้องทำเรย์ ต่อให้อลิซไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ฉันก็จะต้องหาทางทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้จนได้

ฉันจะไม่ขอร้องให้นายอยู่ข้างฉันหรอกนะ เพราะฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะร้องขอแบบนั้นตั้งแต่ฉันตัดสินใจเรื่องนี้ลงไปแล้ว หากฉันก็อยากให้นายรู้จากปากฉันอยู่ดี ถึงนายจะโกรธฉัน ฉันก็ไม่ว่านายหรอก ไม่ว่าอะไรจริงๆ ผมบอกเขาอย่างคนที่ยอมรับชะตาของตนเองดี ผมเลือกแล้วที่จะทำแบบนี้เพราะฉะนั้นผมต้องยอมรับผลของมันด้วย

เขาเงยหน้าขึ้นมามองตาผม สองมือกุมไหล่ของผมไว้แน่น เราจะอยู่ด้วยกันคริส เราจะไม่มีวันพรากจากกัน เราสามคนฉัน นาย อลิซ เราสามคนจะอยู่ด้วยกัน ไม่มีอะไรจะมาแยกพวกเราได้หรอก ไม่มีทาง เรย์เอ่ยเสียงมั่นคงแบบคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

ผมเบิกตากว้างกับคำตอบของเขา เรย์ นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่น่ะ

แน่นอน เราสามคนจะอยู่ด้วยกัน จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปด้วยกัน เขายิ้มให้ผม

เท่านั้นเอง ทำนบที่กั้นน้ำตาของผมเอาไว้ก็แตกออกทันที น้ำตาแห่งความดีใจ โล่งใจมากมายไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของผม

เรย์ โอ้เรย์ ผมได้แค่ร้องเรียกชื่อเขาขณะที่ร้องไห้กับอกกว้างของคนที่ผมรัก

เราจะอยู่ด้วยกันคริส เราสามคน ไม่มีใครจะมาพรากเราจากกันได้อีกแล้ว พวกเราจะช่วยกันดูแลคนสำคัญของเราสองคนด้วยมือของเราเอง เขาพูดปลอบโยนอยู่ข้างหูของผม กลับไปกลับมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมได้แต่พยักหน้ารับรู้ในคำพูดของเขา เรากอดกันไว้ดั่งเป็นคำสัญญาต่อสิ่งที่พวกเราจะกระทำเพื่อ เธอ

She (by Elvis Costello)

She
May be the face I can't forget
A trace of pleasure or regret
May be my treasure or the price I have to pay
She may be the song that summer sings
May be the chill that autumn brings
May be a hundred different things
Within the measure of a day.


She
May be the beauty or the beast
May be the famine or the feast
May turn each day into a heaven or a hell
She may be the mirror of my dreams
A smile reflected in a stream
She may not be what she may seem
Inside her shell


She who always seems so happy in a crowd
Whose eyes can be so private and so proud
No one's allowed to see them when they cry
She may be the love that cannot hope to last
May come to me from shadows of the past
That I'll remember till the day I die


She
May be the reason I survive
The why and wherefore I'm alive
The one I'll care for through the rough and ready years
Me I'll take her laughter and her tears
And make them all my souvenirs
For where she goes I've got to be
The meaning of my life is
She, she, she

(บทแปล)

เธออาจสวยตรึงจิตจนลืมไม่ลง
อาจเป็นเส้นทางที่ทำให้มีความสุขหรือทุกข์ระทม
เธออาจเป็นสิ่งที่มีค่าหรือฉันจะต้องแลกไป
เธออาจเป็นบทเพลงที่ถูกขับขานในฤดูร้อน
อาจเป็นความหนาวเย็นที่มาพร้อมกับฤดูใบไม้ร่วง
อาจเป็นสิ่งที่แตกต่างกันมากมายนับร้อยพันในแต่ละวัน

เธออาจจะบริสุทธิ์งดงามหรือชั่วร้าย
อาจจะทำให้แห้งแล้งหรือชุ่มฉ่ำ
อาจเปลี่ยนให้วันแต่ละวันเป็นดั่งในสวรรค์หรือตกนรกอยู่ก็ได้
เธออาจเป็นนางในฝัน
อาจทำให้ประหลาดใจโดยรอยยิ้มที่สะท้อนจากผิวน้ำ
เธออาจไม่ได้แสดงเนื้อแท้ของเธอออกมาให้เราเห็น

เธอที่ดูมีความสุขเสมอเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
ดวงตาของใครที่ไหนอีกเล่าที่จะดูสงบและแฝงรอยหยิ่งยโส
ไม่ยอมให้ใครได้เห็นเมื่อมีน้ำตา
เธออาจเป็นความรักที่ไม่อาจหวังให้เป็นของฉันตลอดกาล
อาจตามมาหลอกหลอนจากเงาของอดีต
ที่ฉันจะจำไว้ตราบจนวันที่ฉันตาย

เธออาจเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
เธอคนเดียวที่ฉันจะดูแลให้ผ่านพ้นความยากลำบากในแต่ละปี
ฉันจะดูแลเธอทั้งยามหัวเราะและร้องไห้
และทำให้ทั้งหมดนั้นเป็นของขวัญจากฉัน
ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันจะไปในทุกที่ที่มีเธอ
ความหมายของการที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ก็คือ
เธอ เธอ เธอ

kurumikurumik

อะไรนะ!!! เสียงของอลิซแสดงความตกใจอย่างมากเมื่อผมขอเธอแต่งงาน สีหน้าของเธอแสดงความงงงันโดยเปิดเผยไม่ปิดบัง คริสกินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าน่ะ หรือไม่สบายไปโดนใครฟาดหัวมาหรือไงน่ะ รู้หรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา เธอถามผมหลังจากตั้งสติได้แล้ว

ฉันพูดจริงนะอลิซ แต่งงานกับฉันเถอะ ผมยืนยันเสียงแข็งอีกครั้ง

คราวนี้เธอนิ่งอึ้งไปก่อนจะถามออกมาว่า แล้วเรย์ล่ะ?

ฉันคุยกับเรย์แล้ว เธอมีทางเลือกสองทาง หนึ่งแต่งกับฉันซะ สองแต่งกับเรย์ ไม่มีตัวช่วย ไม่มีทางอื่น ไม่มีการตอบว่า No Comment ห้ามบ่ายเบี่ยงด้วย เลือกเอาเองอลิซ ผมยื่นคำขาดออกไป

คริส เธอแน่ใจแล้วเหรอที่พูดออกมาน่ะ รู้ไหมว่าเรื่องแบบนี้มันใหญ่ขนาดไหน เธอถามผมอีกครั้ง ย้ำให้แน่ใจ

แน่นอนอลิซ ลูกของเธอต้องการพ่อนะ ใช่จริงอยู่ที่เธอบอกว่าเธอดูแลลูกเองได้ แต่เธอเองก็น่าจะรู้ดีว่าความเป็นจริงแล้วแกจะเป็นเด็กขาดพ่อ ไม่มีแม้แต่ชื่อพ่อในใบสูติบัตร มันจะเป็นปมด้อยเสียยิ่งกว่าที่ฉันมีนะอลิซ เธอจะทรมานเด็กไปทำไม นั่นน่ะลูกเธอนะ ลูกแท้ๆ ของเธอเองนะ เด็กทุกคนต้องการครอบครัวที่สมบูรณ์นะ เธอจะให้ลูกเธอเป็นเด็กมีปมด้อยทำไม ผมพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมเธอทุกวิถีทาง

หลังจากการพูดคุยอยู่เกือบสามชั่วโมงเธอก็บอกว่าขอเวลาไปคิดดูก่อนแล้วหลังจากนั้นอีกสองวันเธอก็ตอบตกลงที่จะใช้ชื่อผมเป็นพ่อของเด็กส่วนเรื่องแต่งงานนั้นเธอขอผลัดไปก่อนโดยรอให้คลอดลูกเสียก่อนค่อยมาว่ากัน ซึ่งแค่นั้นผมก็พอใจแล้ว

kurumikurumik

ข่าวการหยุดพักงานแสดงทุกประเภททั้งงานเพลง การโชว์ตัว ของเธอนับได้ว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะเธอไม่ได้บอกเหตุผลอะไรมากนอกจากให้โฆษกประจำตัวออกแถลงข่าวว่า 

เนื่องจากช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอได้มีงานเพลงและงานแสดงออกมามากมายซึ่งในจำนวนนั้นรวมไปถึงการถ่ายทำภาพยนต์ติดต่อกันถึงสี่เรื่องด้วยกันหลังจากการออกทัวร์คอนเสิร์ต จริงอยู่ที่งานเหล่านั้นจะทยอยออกสู่สายตาสาธารณชน ไม่ได้ออกมาภายในช่วงเวลาเดียวกัน หากแต่นั่นก็สร้างความเหนื่อยล้าแก่เธอเป็นอย่างมาก และมันได้สะสมเรื่อยมาจนถึงระดับที่ร่างกายของเธอไม่สามารถทนรับมือกับมันได้อีกต่อไปแล้ว ประกอบกับสุขภาพระยะหลังๆ ของเธอก็ไม่สู้ดีนัก จากข่าวลือว่าเธอเป็นลมหลายต่อหลายครั้งในกองถ่ายภาพยนต์เรื่องล่าสุดนั้น ทางเราขอยอมรับว่าเป็นความจริงและแพทย์ก็แนะนำให้เธอหยุดรับงานทุกประเภทและให้พักผ่อนให้มากๆ ด้วย

เมื่อโฆษกประจำตัวเธออ่านแถลงการณ์จบก็มีคำถามจากผู้สื่อข่าวมากมายราวพายุบุกแต่ส่วนใหญ่แล้วที่พวกเขาอยากรู้ก็คือเธอวางแผนจะไปพักผ่อนที่ไหนและนานแค่ไหน รวมไปถึงจะไปกับใคร พวกเขาแย่งกันถามจนทางโฆษกไม่สามารถตอบได้จนต้องตะโกนบอกให้พวกเขาหยุดจึงตอบว่า

ทางมิสสเปนเซอร์ไม่มีความประสงค์ที่จะเปิดเผยเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น เพราะเธอต้องการไปพักผ่อนอย่างแท้จริงและแน่นอนเธอต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดไปอีกระยะหนึ่งเพราะอาการของเธอยังไม่ดีนัก ส่วนคำถามที่ว่าจะไปนานแค่ไหนนั้นทางเรายังไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะนั่นต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ด้วยว่าเธอสมควรพักผ่อนนานแค่ไหนและเธอรู้สึกดีขึ้นมากเพียงพอที่จะปรากฎตัวต่อสาธารณชนเมื่อใด ส่วนจะไปกับใครนั้นทางเราบอกได้แค่ว่าเธอจะเดินทางกับญาติและเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นค่ะ

แล้วทางการเรียนของเธอล่ะครับ? นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น

สำหรับหารเรียนในมหาวิทยาลัยของเธอนั้นในตอนนี้ได้ทำการสอบปิดภาคการศึกษานี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เดินเรื่องขอพักการเรียนไว้ก่อนหน้านี่แล้วค่ะ โฆษกตอบ

แล้วเธอจะปรากฎตัวในงานเปิดตัวภาพยนต์เรื่องต่างๆที่เธอร่วมแสดงหรือไม่ครับ

เรื่องนี้นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอจบการแถลงข่าววันนี้แต่เพียงเท่านี้นะคะ สวัสดีค่ะ แล้วเธอก็เดินออกจากห้องแถลงข่าวทันทีหากนักข่าวบางคนก็ยังมีข้อสงสัยต้องการถามอีกจึงส่งเสียงถามคำถามกันเซ็งแซ่ไปหมด

kurumikurumik

เรย์เอื้อมมือไปกดรีโมตคอนโทรลเพื่อปิดโทรทัศน์เสีย เขาหันมามองคนที่เหลือในห้องที่นั่งนิ่งราวกับกำลังชมละครอยู่ราวกับมิใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเลยสักนิด

เอาล่ะ ทีนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย เตรียมแจวได้ เขาส่งเสียงรื่นเริงบันเทิงใจ ในขณะนั้นเองโทรศัพท์มือถือของอลิซก็ดังขึ้นมา คริสนั่งอยู่ใกล้กว่าจึงหยิบขึ้นมารับแทนเสียเอง

สวัสดีครับ ต้องการพูดกับใครครับ

คริส นายตัวแสบ อลิซล่ะ อลิซอยู่ไหน แกเอาอลิซไปไว้ที่ไหน เอาอลิซมานะ ฉันจะพูดกับอลิซ เอาอลิซม๊าาาาาาาา เสียงโจนั่นเองที่แผดลั่นออกมาจากกระบอกโทรศัพท์ดังเข้าหูคริสและบุคคลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจนทั่วเล่นเอาแก้วหูแทบร้าวไปตามๆ กัน ขนาดคริสที่รีบเบนหูโทรศัพท์ออกจากศีรษะทันทีที่ได้ยินเสียงของโจแล้วนะนี่ยังรู้สึกร้าวไปทั้งแก้วหูเลย

โจเหรอนั่นน่ะ โอย เบาๆ หน่อยก็ได้เสียงน่ะแสบแก้วหูนะ อลิซก็อยู่ตรงนี้เองแหละยังไม่ได้ไปไหนจะคุยไหมล่ะ คริสตอบโจไปทั้งๆ ที่ยังหูอื้อไม่หาย

คุย เสียงดีไซน์เนอร์หนุ่มค่อยดีขึ้นหน่อยเมื่อทราบว่าเป้าหมายของเขายังอยู่

คริสส่งโทรศัพท์ให้อลิซด้วยสีหน้าบึ้งตึง บอกเบาๆ ว่า โจแน่ะ

เธอรับมาคุยด้วยท่าทางปกติแต่แววตาแสดงความเบื่อหน่ายชัดเจน ด้วยพอจะเดาได้ว่าที่เขาโทรมาหาด้วยเหตุอันใด

สวัสดีค่ะโจ อ๊ะๆ ห้ามตะโกนใส่ฉันนะ ไม่งั้นวางหูด้วยล่ะ คอยดูสิ เธอรีบขู่ไว้ก่อน

อลิซเธอคิดยังไงของเธอน่ะถึงประกาศพักงานไม่พอแถมพักการเรียนอีกต่างหาก แล้วนี่จะไปไหนเฮอะ ทำไมไม่บอกกันก่อน คิดจะไปก็ไปหรือไง แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ เสียงชายหนุ่มตัดพ้อมาตามสาย

ก็ตามที่ประกาศไปนั่นน่ะแหละค่ะว่าฉันเหนื่อย ฉันทนไม่ไหวแล้วนะคะโจ อยากพักเต็มทีแล้ว งานคอลเล็คชั่นของคุณก็พึ่งเสร็จไปนี่คะ แล้วยังไงเสียคราวหน้านี้ฉันก็ขอไม่เดินนะคะ อยากพักเงียบๆ เธอส่งเสียงอ้อนไปตามสาย

แต่แต่ว่าฉันวางเธอเป็นเมนของโชว์ไปแล้วนะอลิซ ชุดก็ออกแบบไปแล้วรอแค่ตัดเอง แต่นี่เธอจะไม่อยู่ได้ไงกัน ไม่ยอมนะ โจเริ่มอาละวาดหลังจากที่ตอนแรกๆ เขาเสียงอ่อนอ่อยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ

ไม่ยอมก็ต้องยอมล่ะค่ะ เพราะฉันจะไม่อยู่แน่ในช่วงนั้น หาใครมาแทนฉันเสียเถอะค่ะโจ ฉันขอสละสิทธิ์ค่ะ โจคะถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอวางสายนะคะ เพราะจะต้องเตรียมตัวสำหรับการเดินทางแล้วล่ะค่ะ

เดี๋ยว แล้วเตรียมเสื้อผ้าหรือยังว่าจะเอาเสื้อผ้าแบบไหนไป เธอเป็นนางแบบนะถึงจะพักงานเธอก็ต้องสวยเสมอนะ บอกมาว่าต้องการเสื้อผ้าแบบไหนแล้วจะจัดการให้เอง ให้ยังไงเขาก็ไม่วายห่วงเธออยู่ดีต่อให้เธอสร้างปัญหาให้เขาหนักกว่านี้อีกหลายเท่า เขาก็อดจะห่วงเธอไม่ได้

เธออดยิ้มกับคำพูดแสดงความห่วงใยของเขาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเขารักและห่วงใยเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่งมาตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่เธอก็เสี่ยงกับเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ไม่เป็นไรค่ะโจ ฉันมีทุกอย่างพร้อมแล้ว อีกอย่างที่ๆ ฉันจะไปนี่คงไม่ค่อยมีใครเห็นนักหรอกค่ะ เพราะฉันตั้งใจจะไปพักผ่อนจริงๆ ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นอะไร งานการก็คงมีบางช่วงเท่านั้น ขาดเหลือยังไงฉันจะโทรหานะคะ เธอตอบเสียงอ่อนหวานก่อนจะตัดสายสนธนานั่นทิ้งเสีย

โจว่าไงบ้างน่ะ คริสถามหลังจากที่เธอจบการสนธนาลงแล้ว

ก็ตามเคยแหละจ้า ห่วง เธอหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกได้เลยว่าโจจะต้องมีอาการเต้นแร้งเต้นกาอยู่หน้าโทรศัพท์แน่นอนทันทีที่เธอวางหูโทรศัพท์ ดีไม่ดีอาจจะถึงขั้นแล่นมาหาเธอที่บ้านเพื่อขอดูกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดไว้เลยก็ได้

ปล่อยให้ห่วงไป เราก็เตรียมตัวของเรากันดีกว่านะ อาอลันพูดแบบไม่แยแส เอาล่ะทุกคนเตรียมของใช้ส่วนตัวกันครบหมดแล้วนะ เราจะได้ไปกันเสียทีจวนได้เวลาเครื่องออกแล้ว

ครับ ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วครับ เรย์โค้งกายล้อเลียนอาอลัน มีอะไรจะถามอีกไหมครับนายท่าน กระผมจะรีบไปจัดมาตามพระประสงค์เดี๋ยวนี้เลย

มีสิ มาให้ฉันถีบนายไงล่ะไอ้เจ้าเรย์ อาพูดเสียงมันเขี้ยว

เรย์เบ้หน้าบอกว่า สำหรับข้อนี้ไม่มีทางครับคุณอาที่รัก แล้วเขาก็วิ่งมาหลบอยู่หลังอลิซด้วยท่าทางสบายใจเป็นที่สุด พวกเราหัวเราะกันอย่างมีความสุข

kurumikurumik

Costa Careyes ที่ Mexico นั้นเหมือนสวรรค์จริงๆ ทุกอย่างสวยงาม น่าหลงไหลเป็นที่สุด เราสี่คนผม เรย์ อาอลันและอลิซใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์ที่นี่ พักผ่อนเติมเชื้อเพลิงกันเสียเต็มที่ อลิซนับว่าโชคดีที่ไม่มีอาการแพ้ท้องใดๆ ปรากฎออกมาให้เห็นเลย ไม่ว่าจะเป็น Morning Sick หรืออาการอยากอาหารต่างๆ นับว่าลูกเธอนี่กตัญญูตั้งแต่ยังไม่เกิดเลยทีเดียว

อาอลันนอนห้องเดียวกันกับเธอ ส่วนผมกับเรย์นอนอีกห้อง ทุกคืนเราจะนอนคุยกันถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตและเราจะรับมือกับมันยังไง ผมจะทำยังไงและเรย์จะทำยังไง ทุกเรื่องถูกยกขึ้นมาพูดยกเว้นก็เพียงชื่อของคนๆเดียว แม็กซ์

ผมได้ตัดสินใจแล้วและเรย์ก็เข้าใจทั้งยังเคารพความต้องการของผม เขารักผม เขาต้องการให้ผมมีความสุข ไม่ต้องการให้ผมไม่สบายใจในเรื่องใดทั้งสิ้น เหนืออื่นใดเขาเองก็รักอลิซด้วยเช่นกัน

แปลกนะ ไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้จะมีความรักในรูปแบบนี้อยู่ด้วย ผมกำลังจะแต่งงานกับอลิซทั้งๆ ที่ผมเป็นคนรักของเรย์ แล้วเรย์ก็ยังเห็นด้วยกับการกระทำของผม วันเวลาข้างหน้าจะเป็นยังไงนั้นเราไม่รู้แต่สิ่งที่เรารู้ก็คือเราจะมีกันและกัน เราสามคนจะเดินเคียงข้างกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ไม่มีอะไรจะมาพรากพวกเราจากกันได้แน่นอน

kurumikurumik

เสียงกัปตันประกาศในเครื่องบินว่ากำลังจะถึงสนามบินปลายทางในอีกสิบนาที ผู้โดยสารที่มีด้วยกันทั้งหมดสี่ชีวิตเพราะเป็นเครื่องบินส่วนบุคคลหาใช่เครื่องบินพาณิชย์ไม่ ต่างก็เริ่มเตรียมตัวนั่งประจำที่คาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยกันทันทีที่สิ้นเสียงประกาศของกัปตัน

หญิงสาวเพียงผู้เดียวในกลุ่มมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างเครื่องที่เริ่มลดระดับจนเห็นหมู่อาคารเป็นกลุ่ม เรียงรายเป็นระเบียบราวเมืองตุ๊กตาขนาดจิ๋ว

มองอะไรอยู่เหรออลิซ คริสถามเมื่อสังเกตเห็นอากัปกิริยาของหญิงสาว

ที่นี่ไงคริส ที่ที่เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กัน West Coast ต่อไปนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเราจะลืมมันให้หมดแล้วเริ่มต้นใหม่ เราจะเป็นคนใหม่กันใช่ไหมคริส คำพูดของเธอราวกับคำถามหากเธอกลับไม่ต้องการคำตอบ เพราะเธอรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

การเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้นเป็นไปได้เสมอสำหรับทุกคนที่กล้าพอ กล้าที่จะก้าวออกมาจากความทุกข์ กล้าที่จะเผชิญกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตและสิ่งต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า กล้าที่จะลุกขึ้นมาจากอดีตและก้าวต่อไป

เธอไม่ได้เดินอยู่คนเดียวหากแต่มีคนที่เธอรักและรักเธออยู่เคียงข้าง ถึงแม้จะไม่ใช่ เขา ที่อยู่เคียงข้างเธอหากแต่คนที่อยู่เคียงข้างเธอนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย เธอจะมาทำตัวเป็นคนอ่อนแออยู่ไม่ได้อีกแล้ว

เมื่อคิดถึง เขา หัวใจก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที เมื่อความรักที่เฝ้าฝันเฝ้าหวังมานานปีต้องมาหลุดลอยหายลับไป ทั้งที่เคยอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือคว้าเท่านั้น แต่บัดนี้ที่ๆ เธอเคยหวังกลับมีผู้อื่นเข้าครอบครองเสียแ้ว มิใช่เธอ!!!

ความรักที่เคยหวานหอมและชวนลุ่มหลงจึงกลับกลายเป็นพิษร้ายที่ไม่อาจไถ่ถอนได้ มิหนำซ้ำยังทำร้ายเธอจนแทบล้มประดาตาย หาก

เธอยังมีลูกที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้รอคอยเธออยู่

เธอยังมีคริสที่รักเธอมากแม้กระทั่งตายแทนเธอได้

เธอยังมีเรย์ที่รักและเข้าใจ พร้อมที่จะเสียสละให้เธอได้ทุกอย่าง

เธอยังมีแด๊ดที่รักลูกสาวคนเดียวคนนี้เหลือเกิน ท่านพร้อมจะเข้าใจและให้อภัยเสมอไม่ว่าเธอจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจเสมอ

เธอยังมีอาอลันที่เข้าข้างเธอทุกกรณี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

แล้วยังคนที่เหลืออีกล่ะ

อลิซเบนสายตาไปมองบุคคลทั้งสามที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอไปเท่าไหร่ สายตาของเธอที่มองพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความรักและซาบซึ้งใจเป็นที่สุด จะมีผู้หญิงสักกี่คนกันในโลกนี้ที่จะโชคดีเช่นเธอ มีคนที่เข้าใจและพร้อมที่จะให้อภัยในความผิดพลาดที่เธอได้ก่อขึ้นแบบนี้ จะมีสักกี่คนกัน

แม็กซ์คะ ฉันรักคุณ เพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่นั่งอยู่กลางใจของฉัน หากแต่ฉันกลับไม่ใช่คนคนนั้นของคุณ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ฉันจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนเป็นแน่เพราะฉันรักคุณ ขอให้คุณมีความสุขกับคนที่คุณเลือกแล้วเถอะนะคะ ฉันขอแยกไปตามทางของฉันเอง ลาก่อนสุดที่รัก

เธอฝากคำลาไปกับสายลมถึงบุรุษเดียวที่กุมใจทั้งดวงของเธอไว้ ถึงแม้เขาจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงมันเลยก็ตามที

เธอเปรียบดั่งดาริกาบนฟากฟ้า

ไม่อาจเอื้อมไขว่คว้าเป็นเจ้าของ

มิอาจปองฉุดรั้งเธอมาครอง

จำต้องจรจากผู้เป็นดั่งดวงใจ

ฟางเส้นสุดท้ายที่ผูกมัดเธอไว้กับเขานั้นได้ขาดลงไปแล้ว เธอรอเขามานานนานเหลือเกิน รอให้เขาหันมามอง รอให้เขาเอ่ยคำรัก รอ รอและรอ รอจนเส้นสายที่โยงใยเธอไว้กับเขานั้นมันเก่า เปื่อยและยุ่ยจนขาดสะบั้นลงในที่สุด

ใยที่เขาว่ากันว่าเหนียวแน่นที่สุดในโลกนี้คือใยรัก ยากจะตัดให้ขาดลงได้ แม้ตัดบัวยังเหลือใยบัวที่เหนียวแน่น ยากจะตัดให้ขาดสะบั้นลงได้ในครั้งเดียว

หากเธอต้องตัดให้ขาดขาดจากกันชั่วชีวิตสำหรับใยรัก ใยเสน่หาที่เธอมี ที่เธอเป็นฝ่ายมอบให้เขาเสมอมา หากไม่เคยได้รับมันตอบแทนกลับมาเลย

ใยรักที่เธอเคยคิดว่าเธอมอบให้เขาและได้มันกลับมาเช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีออกมาเป็นคำพูด หากจากสายตา ความห่วงใย คำพูดและการกระทำที่ได้รับทำให้เธอคิดและเชื่อเช่นนั้น

ใยเสน่หาที่เธอมอบให้เขาทุกคืนค่ำยามได้อิงแอบแนบชิดร่างกำยำ อ้อมแขนแข็งแกร่ง หากอ่อนโยน ลึกล้ำจนแทบหลอมละลาย

แล้วยังภาษากายที่ใช้สื่อสารกันเงียบๆ อีกเล่า ล้วนเป็นสิ่งลวงตาที่เธอสร้างขึ้นด้วยแรงรักงั้นหรือนี่ ทุกสิ่งล้วนเป็นเพราะใจเธอต้องการจึงลวงตาเธอจนมืดบอดไม่ยอมมองความเป็นจริงใช่ไหม

ภาพแม็กซ์ที่มีเจนนี่ยืนเคียงในงานเลี้ยงต่างๆ บ่อยครั้งนับแต่ยังเยาว์วัย

ภาพที่เธอหัวเราะสนุกสนานกับเขาเวลาไปเที่ยวพักตากอากาศ

ภาพที่เขานั่งเคียงข้างกันเวลาทานอาหารตามสถานที่ต่างๆ

ภาพข่าวตามหนังสือพิมพ์ คอลัมล์ซุบซิบถึงความใกล้ชิดของทั้งคู่ที่มีอยู่บ่อยครั้งจนไม่อยากนับ

ภาพทั้งคู่กำลังเลือกแหวนที่ร้านทิฟฟานี่ แอนด์ โค

และภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกที่บ้านใหญ่ในนิวยอร์ค ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน

เธอหลับตาลงช้าๆ ด้วยรู้สึกว่าดวงตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยแรงอารมณ์ที่เป็นดั่งน้ำกรดกัดกร่อนตัวเธอจากข้างใน ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมาด้วยเกรงว่าจะทำให้คนอื่นๆ ต้องมาเป็นห่วงอีก

มืออุ่นๆ ของใครบางคนเอื้อมมากุมมือเธอไว้เบาๆ อย่างปลอบประโลม เธอลืมตาขึ้นมองหาเจ้าของมือนั้น

คริสนั่นเองที่กำลังกุมมือเธออยู่ เขายิ้มอ่อนๆ ให้เธอ

เธอจึงยิ้มตอบก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งและเริ่มสวดมนต์ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงประทานความกรุณาเช่นนี้ให้แก่เธอ

kurumikurumik

เสียงกัปตันประกาศขอให้ทุกคนรัดเข็มขัดและนั่งอยู่กับที่ดังขึ้น เครื่องบินเริ่มลดระดับลงสู่รันเวย์ เมื่อเครื่องจอดสนิทและเสียงนักบินประกาศถึงรายละเอียดต่างๆที่จำเป็นต้องทราบ ผู้โดยสารทั้งสี่คนก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกและเริ่มหยิบสัมภาระต่างๆ ของตนขึ้นมาถือเพื่อจะออกจากตัวเครื่อง

พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆแก่บุคคลทั้งสี่ที่เป็นนายจ้างโดยตรงของตน หญิงสาวเพียงคนเดียวในคณะเดินเคียงคู่ไปกับชายหนุ่มที่อายุมากที่สุดในกลุ่มเดินออกไปเป็นคู่แรก ตามมาด้วยหนุ่มน้อยสองคนในวัยไล่เลี่ยกันกับหญิงสาวคนข้างหน้า

ทั้งหมดเดินออกจากตัวเครื่องเข้าสู่บริเวณอาคารสนามบินและลับหายไปจากสายตาของพนักงานต้อนรับที่มองส่งจากตัวเครื่องด้วยความโล่งอกที่งานในหน้าที่ของตนเองสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

kÔÔÑÑÐÐÍÍk

The End of The Spencer Series I

February 15, 2003

21.45

Comment

Comment:

Tweet