2006/Sep/20

-1-

แบบว่าเราเป็นคนที่พิมพ์ไทยช้ามากบางครั้งเลยอยากพิมพ์อังกฤษให้รู้แล้วรู้แรดไป อันนี้ยังบ่มีชื่อนะคะ แบบคิดบ่ออกรอแป๊บนะถ้าคิดออกตอนไหนจะบอก
แบบเอามาให้ชิมก่อน บางตัวจะพิมพ์เป็นอังกฤษไปเลยนะ คืออย่างที่เคยบอกไว้ก่อนแล้วว่าเอามาจากreal life story เลยต้องขอchange name, age, and some place so it won't effect anyone or they don't know that I was written from their story. thanks to them


"--" คำพูด
'--' ในความคิด


London, England
ชายหนุ่มหน้าตาดีอายุประมาณ25ปี ผิวขาว สูงโปร่ง ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูครัว แล้วรีบร้อนหลบเข้าไปด้านในประตูครัวอย่างรวดเร็ว
เขาหวังว่าคงจะไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าและอาการของเขา
ถ้ามีใครเห็นคงคิดว่าเขาเข้ามาจัดเตรียมอาหารเพิ่มให้วนารี หรือว่านเพื่อนสนิทของเขาตั้งแต่สมัยม. ปลาย เจ้าภาพงานนี้
'ภาพลวงตา ผีหลอก ตาฝาด คิดไปเอง อะไรก็ได้ขอล่ะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยด้วยเถอะ ขอให้สิ่งที่เค้าเห็นเป็นแค่ความฝันทีเถอะ'
แอบมองออกไปอีกครั้ง แล้วหันกลับมานั่งแปะลงไปที่พื้น
'ใช่ เขาจริงๆ ไม่เปลี่ยนไปเลย ราวกับวันแรกที่พบได้กัน ราวกับวันเวลาหมุนกลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสุข ความสุขงั้นเหรอ?' คำๆนี้ทำให้เขารู้สึกตัว
'โธ่! คิดสิ คิด ทำไมนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราไม่เคยจนมุมหาทางออกไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอเกี่ยวข้องกับคนคนนี้ทีไรเราไม่เคยทำได้เลย โธ่! งี่เง่าที่สุด เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ อยากเจ็บอีกรึไง เฮอะ!'
วนัสคิดถึงว่าน 'แสบนักนะ ยัยว่านสี่ทิศ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดถึงยัยว่านสี่ทิศ แสนแสบนั่นนะ โธ่' (That's right พ่อหนู แต่แหมขอแกล้งหน่อยนะ เพราะตานี่เราเอามาจากพระสหายเราเอง ช่ายยยยแล้น^O^!!! เจ้าของExperienceอันนี้ เป็นชายไทยลูกครึ่ง รุ่นพี่ที่สนิทกันมากกกกก

HO HO!HO! จนอยากแย่งแฟนมาครองเองเลยล่ะ ก็คนอะไรโ-ตรหล่อเลย)
'หนี ต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ช้าไม่ได้อีกแล้ว' วนัสคิด 'ทำไมเราต้องตกใจด้วยนะ เราอายุ25แล้วนะ ไม่ใช่เด็กอายุ21เหมือนตอนที่พบกันครั้งแรกอีกแล้วนี่ เราพบเขาครั้งสุดท้ายเมื่อ' หยุดคิดแล้วก็ต้องตกใจ
'18 เดือนแล้วงั้นเหรอ 18 เดือนแล้วที่เขาไม่ได้พบเห็นคนๆนี้ 18 เดือนแล้วที่เขาต้องทนทุรนทุรายโหยหา ต้องนอนร้องไห้ทุกคืน อยู่อย่างไม่มีชีวิตจิตใจ ใช้เวลาไปวันๆไม่มีจุดหมาย ไม่มีอะไรเลย ไม่มีจริงๆ'
วนัสเจ็บในอก 'ไม่รู้เลยว่า ว่านจะแสบขนาดนี้ เพื่อนนะเพื่อน ทำกันได้ยังไง ยัยว่านนนนน นังเพื่อนทรยศ รู้ทั้งรู้ว่าเราเป็นอะไรกับพี่ภูแล้วทำไมถึงได้' เขาชะงัก 'เป็นเหรอ เคยเป็นต่างหากล่ะ เราขาดกันแล้ว ใช่ ขาดกันแบบตายก็ไม่ต้องมาเผากันเลยล่ะ' เขาคิดอย่างขมขื่น
'ครั้งแรกที่พบกันก็เป็นงานpartyแบบนี้แหละ เพียงแต่เป็นที่Paris'
ประตูครัวเปิดแล้วปิด
วนัสหันกลับไปมองอย่างตกใจพลางรีบลุกขึ้นจากพื้น
ภูริตอาจจะเห็นเขาแล้วตามมาก็ได้
ว่านมองหน้าเพื่อนตนเองแล้วส่ายหน้า "รู้แล้วใช่ไหม?"
ไม่มีคำตอบจากวนัส
"แน่เลยไม่งั้นตัวไม่มาหลบอยู่ในนี้หรอก"
"ไม่ได้หลบ" เถียงกลับไป
"โกรธเหรอ?"
"ห่วงด้วยเหรอ?"
"โธ่! นัส นี่คิดว่าเค้าวางแผนเหรอ บ้า! เค้าน่ะ เพื่อนตัวนะ เค้าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยนะ พอชวนJerry เค้าก็ขอเอาเพื่อนมาด้วย เราก็เลยตอบตกลงไปนี่ ใครจะรู้ว่าเป็นภูล่ะ พอเราเห็นว่าเป็นเค้าเราก็อึ้งไปเหมือนกันนะ หันมาหาตัว ตัวก็หายไปแล้วเค้าถึงมาตามนี่แหละ ว่าแต่เค้าเห็นตัวรึเปล่าน่ะ?"
"คิดว่าไม่นะ" วนัสยังสั่นไม่หยุด หน้าขาวราวกระดาษ
พอเห็นอาการเพื่อน ว่านก็แทบร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิด "I'm sorry, I didn't know that it's gonna be like this. I just want to have some fun together. It's all my fault."
"It's all right,ว่าน It's all right, I'm still breathing. See? I'm still alive." เขาหัวเราะเสียงแปร่งๆ
ว่านเริ่มร้องไห้ด้วยรู้ว่าเป็นความผิดของตนเองที่จัดงานขึ้นมา เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เพื่อนรักต้องเจ็บปวดมากไปกว่านี้เลยแท้ๆ
"ว่านวานหยิบเสื้อในClosetให้ทีสิ" เราจะกลับล่ะ วนัสพูดหลังจากปลอบว่านให้หยุดร้องไห้ได้แล้ว
"ได้สิ"
~**~**~**~
วนัสแอบออกมาจากงานได้สำเร็จ เขาออกมาทางบันไดหนีไฟด้านหลังของApartment อากาศเย็นจัดทำให้หายใจออกมาเป็นควัน
เขาเดินเลียบตัวอาคารจะไปออกด้านหน้าเพื่อเรียกTaxiกลับบ้าน เขาอยากกลับบ้านเร็วๆ ใจก็คิดถึงแต่คนที่อยู่ในงานที่เขาเห็นเมื่อกี้นี้ จึงไม่ทันระวังตัวเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาขวางทาง จึงชนเข้าอย่างจัง ฝ่ายนั้นจึงโอบตัวเขาไว้ในอ้อมแขนกันล้ม
วนัสคิดว่ากำลังถูกจู่โจมจึงเตรียมตัววิ่งหนี แต่ว่า
'ทำไม ความรู้สึกนี้กับกลิ่นน้ำหอมนี้มัน' เขาหันกลับมามองอีกฝ่าย
สบตาคมเข้มที่มองมาอย่างตัดพ้อ โหยหาของภูริต
วนัสขาสั่น หมดแรงยืนเอาเสียดื้อๆ
"P'ภูทำไม" เขาพูดได้แค่นั้น เสียงก็ไม่ยอมออกมาอีก เขาหันไปสำรวจรอบๆ เห็นbodyguardของภูริตยืนอยู่ 'นี่เราใจลอยจนลืมสังเกตว่ามีคนตามเลยเหรอนี่ โอ๊ย! โง่จริง'
"สวัสดีจ้ะ นัส" เสียงของภูริตฟังดูเฉยๆ แต่แววตานี่สิที่กำลังบอกว่าเขาโกรธจัด
"สวัสดีครับ P'ภู"
~**~**~**~
ภูริตหันไปพยักหน้าให้ bodyguardของเขาถอยไป
"ขอโทษนะนัส ที่พี่ทำให้ตกใจ แต่นัสไม่ยอมให้พี่พบเลยนี่ พี่ก็เลยต้องใช้วิธีนี้ พี่อยากพูดกับนัสให้รู้เรื่อง"
"รู้เรื่องแล้วทุกอย่างclearหมดแล้วนี่ ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว"
"ไม่! นัสไม่เคยพูดกับพี่เลย ทิ้งไว้แค่จดหมายฉบับเดียว"
"นั่นแหละ"
"ไม่! เรายังไม่ได้พูดกันเลย ทำไม ไม่พอใจอะไรก็บอกพี่สิ"
วนัสไม่ได้สังเกตเลยว่าภูริตยังกอดเขาอยู่ "โทรมาก็ได้นี่ ไม่"
"นัส!"
"พี่ก็รู้ว่าผมทำงานที่ไหน Don't say that you didn't know spyเยอะจะตายไป
"Spy พูดเป็นหนังHollywoodเลยนะ"
"มาเถอะ รถจอดอยู่ด้านโน้น พี่จะพากลับบ้าน so we can talk"
"I have nothing to talk"
"แต่พี่มี"
"NO!!! It's over. OVER. Did you hear me? It's over. No use to talk about it."
"นัส อย่าพูดอย่างนั้นสิ Please give me a chance นัส พี่รักนัสมากนะ"
"รัก! รักงั้นเหรอ! อย่ามาพูดเลย น่าขำ! ถ้ารัก ทำไมทำกับผมแบบนี้ ปากก็บอกว่ารัก แต่พอลับหลังก็ไปหาคนอื่น นี่เหรอรัก? ถ้าใช่ ก็ไปซะเถอะ คนอย่างผมน่ะมันประเภท All or Nothing ถ้าจะได้ก็ต้องได้ทั้งหมด ถ้าไม่งั้นอย่าเอามันเลยดีกว่า ผมไม่ต้องการไอ้ความรักจอมปลอมของพี่หรอก ไปให้พ้น!" วนัสตะโกนใส่หน้า เขาพยายามบังคับไม่ให้ร้องไห้ออกมา ความรู้สึกที่เก็บกดมานานความเจ็บปวดทรมานที่เก็บไว้ทำให้เขาระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง


Comment

Comment:

Tweet