2006/Sep/20

-2-

เนื่องจากมีผู้ประสงค์ดี/ร้าย ส่งe-mailมาถึงเรา ต่อว่ามากมายในจดหมายเดียวจึงต้องขอความร่วมมือทุกคนอ่านAutor's note and Warning ก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ

Kurumi -Serious

Because there were some people sent me some e-mails. They blamed me that I shouldn't post my novel on the board and I am the one that destroying good society standard (ทำลายมาตราฐานทางศีลธรรม จรรยาของสังคมไทย). I would like to warn you who wants to read this first that this one is contain homosexual scene and rate: nc:17. If you don't like please leave. And don't send me any note to blame me. Thank you.

Kurumi

Author's note- แบบย้ำอีกทีนะว่า: This is a novel which I wrote based on my friend's real life. So I changed some details. Because I have no aim to harm them and some idea is from my own imagination. If you want to ask me any question, please let me know.

Author's note 2: I almost quit writing this story but after I had read some comments in boardของปป+กะปอโกะเลยตัดสินใจเขียนต่อ+เราไปคุยกับพี่เจ้าของเรื่องตัวจริงที่พอดีมาหาเรา เขาพึงกลับจากนอกเลยเอาของมาให้ เราให้เขาอ่านเรื่องที่เราร่างไว้ เขายังหัวเราะเลยว่าเราchange name+detailsแล้ว เค้าคิดว่าคงไม่มีใครรู้แน่เลยว่าเราเอามาจากเค้า+ขอเราเขียนด้วยล่ะ เพราะเราเขียนฉาก...นั้นไม่เก่งไง เราให้พี่เค้าเลย ฉากจูบก็ฝีมือพี่เค้าล่ะ

Warning- As an author, I would like to show my responsibility to the society by warn you. Every time you have sex please use condom and Birth-control pill, so you will not get pregnant and HIV virus. I warned you.

นิยายมาแล้ว แฮ่กๆๆ เฮ้อ รีบแทบตาย หนูกลัว แทบแย่ กลัวบ่มีคนอ่าน+ชอบอ่ะ

ขอcommentด้วยนะตัวน้า

แบบว่าเราเป็นคนที่พิมพ์ไทยช้ามากบางครั้งเลยอยากพิมพ์อังกฤษให้รู้แล้วรู้แรดไป อันนี้ยังบ่มีชื่อนะคะ แบบคิดบ่ออกรอแป๊บนะถ้าคิดออกตอนไหนจะบอก

คืออย่างที่เคยบอกไว้ก่อนแล้วว่าเอามาจากreal life story เลยต้องขอchange name, age, and some place so it won't effect anyone or they don't know that I was written from their story.

"--" คำพูด

'--' ในความคิด

-2-

"นัส พี่รักนัสคนเดียวนะ ไม่ว่าต่อหน้าหรือรับหลังพี่ไม่เคยมีคนอื่นเลยนะ ทำไมนัสถึงไม่เชื่อพี่"

วนัสหัวเราะ "พี่นี่โกหกหน้าตายเลยนะ อยากรู้จริงๆเลยว่าถ้าคุณจินมาได้ยินเข้าจะทำยังไง แล้วยังลูกพี่อีกล่ะ อย่าบอกนะว่าเด็กนั่นไม่ใช่ลูกพี่ cloningออกมาอย่างนั้นน่ะนะ ไปซะเถอะพี่ภู ลูกเมียคอยอยู่ไม่ใช่เหรอจะมามัวเสียเวลาอันแสนจะมีค่ากับเศษขยะอย่างผมทำไม กลับไปซะ ไปสิ"

"นัส พี่ไม่มีลูกเมียที่ไหนนะ พี่มีแค่นัสนะ แล้วนัสก็ไม่ใช่เศษขยะนะ นัสเป็นเมียพี่ เป็นคนๆเดียวที่พี่รัก ตลอด2ปีที่ผ่านมาพี่ก็" (นัสนี่ผู้ชายไหงเรียกเมียหว่า ภาษาอังกฤษใช้ Life-partner)

"18 เดือน อย่ามั่ว!"

"เอ๊ะ! อย่าขัดคอสิ จะ 18 เดือนหรือ 2 ปีมันก็นานพอกันนั่นแหละ พอไม่มีนัสอยู่ด้วย พี่ก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่นัสจะยอมกลับไป พี่พยายามตามหานัสเท่าไหร่ก็ตามไม่พบ นัสเก็บตัวเหลือเกิน แถมวสินกับวรางค์ก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย"

"แน่นอนอยู่แล้ว แล้วก็เลิกตามซะทีสิ"

"ไม่! นัสเป็นของพี่นะ พี่จะไม่เลิกจนกว่านัสจะยอมกลับไปกับพี่"

"ใช่ซี้ ผมลืมไปว่าพี่ภูน่ะเข้าข่ายประเภทMacho manนี่ ของๆข้าใครอย่าแตะ ต่อให้เอียนแทบตาย แต่ถ้ายังไม่ทิ้งห้ามคนอื่นแตะเด็ดขาด"

"แต่ก็ไม่เคยเอียนนัสเลยนะ แค่คิดก็ยังไม่เคย"

"แน่ล่ะสิก็มีคนอื่นมาให้เปลี่ยนรสชาติอยู่แล้วนี่นา"

"นัส" ภูริตเรียกอย่างอ่อนใจ "นัสเรามาพูดกันดีๆบ้างได้มั้ย พี่ขอล่ะ นัสเคยอ่อนโยน ว่าง่าย น่ารักเหลือเกิน ทำไมกลายเป็นคนใจแข็ง กระด้าง หยาบคาย แล้วก็รวนหาเรื่องแบบนี้ล่ะ พี่รักนัส อยากให้นัสอยู่กับพี่ ตอนนัสอยู่กับพี่ก็มีความสุขดีนี่นา"

"ใช่ซี้ ผมมันใจแข็ง กระด้าง รวนหาเรื่อง หยาบคายแบบนี้แหล่ะ แล้วพี่ภูก็ไม่เคยผิดเลย พี่น่ะทำอะไรก็ถูกเสมอ"

"นัส ทำไมต้องตั้งป้อมกับพี่ด้วย ยอมรับความจริงไม่ได้เหรอว่า เรารักกันมากเกินกว่าจะแยกจากกันแบบนี้นะ"

"ไม่รัก! เลิกรักไปนานแล้ว พี่ภูน่ะแหละควรยอมรับความจริงได้แล้วว่าเราขาดกันไปนานแล้ว"

"ไม่!"

"ต้องทำให้ได้ ผมไม่กลับ ไม่มีวัน ฆ่าผมเสียเลยดีกว่าที่จะให้ผมกลับไป ผมไม่รักพี่อีกแล้ว"

"แต่พี่ยังรักและไม่เคยคิดจะเลิกกับนัสด้วย"

ทำไมเขาถึงโกหกหน้าตายได้ขนาดนี้นะ ทำไมถึงไม่ไปซะ 18 เดือนที่ผ่านมาเราพยายามสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ แล้วนี่จะยอมให้เขาลากเรากลับไปที่นั่นอีกงั้นเหรอ ให้มาลากไปเป็นอะไรล่ะ ฐานะอะไร เลขาฯเหรอ ทั้งที่เรา ไม่ ไม่มีทาง

"พี่ภูผมขอล่ะ ผมได้เดินทางที่ผมเลือกแล้ว และทางนี้ก็ไม่มีพี่รวมอยู่ด้วย อยู่ที่นี่ผมมีความสุขดี ที่นี่ทุกคนยอมรับผม ทั้งพี่สินกับพี่ปรางก็OK. มีงาน มีเพื่อน มีมีคนที่ผมรักและเขาเองก็รักผม เขาเข้าใจผม ยอมรับได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไร เขาไม่มีปัญหาแบบที่ผมเคยมีกับพี่เลย เขาเองก็ไม่แคร์ที่ผมเคยอยู่กับพี่มาก่อน เราตกลงกันแล้วด้วย ปล่อยผมไปเถอะพี่ อย่ากักผมไว้อีกเลย ทุกอย่างมันจบลงแล้ว เรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วนะครับ"

วนัสตัดสินใจสร้างเรื่องขึ้นมา เพราะเขาไม่อาจทนกลับไปอยู่กับภูริตได้อีกแล้ว ถ้ากลับไปเป็นเลขาให้ภูริตได้อีกก็หมายความว่าเขาต้องไปทนเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น มีลูกเมีย มีคนอื่นนอกจากเขาในชีวิต เขาจะทนได้งั้นเหรอ เขาทนไม่ได้หรอก ทนไม่ได้แน่นอน

สำหรับภูริตนั้นถ้อยคำเหล่านั้นราวกับคำสั่งประหารชีวิต ~~~ ผมได้เดินทางที่ผมเลือกแล้ว และทางนี้ก็ไม่มีพี่รวมอยู่ด้วย มีคนที่ผมรักและเขาเองก็รักผม เขาเข้าใจผม ยอมรับได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไร เขาเองก็ไม่แคร์ที่ผมเคยอยู่กับพี่มาก่อน เราตกลงกันแล้วด้วย ปล่อยผมไปเถอะพี่ อย่ากักผมไว้อีกเลย ทุกอย่างมันจบลงแล้ว เรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วนะครับ~~~ คำพูดทั้งหมดดังก้องอยู่ในหัว 'คนรักใครกัน? ทำไม?' ร่างบางในอ้อมแขนนี้ที่เขาโหยหา เฝ้าติดตาม ไขว่คว้า ทั้งยามหลับและตื่น คนของเขา ร่างในอ้อมแขนนี้เป็นของเขา เขามั่นใจมาตลอดว่าใช่ วนัสเป็นของเขา ตอนที่ตามหานั้นเขาตั้งใจไว้ว่าพอพบจะกอดรับขวัญให้สมรัก แล้วนี่ทำไมถึงพูดออกมาแบบนี้ กลิ่นกายนี้ที่ตามหลอกหลอนทั้งยามหลับและตื่น ดวงตาคู่นี้ที่เขาฝันหา หลับตาลงก็เห็นใบหน้า คิ้ว คาง ริมฝีปากอิ่มน่าจูบ พวงแก้มนี้ที่เขาเคยซุกไซ้ ร่างนี้ที่เขาฝันหาจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่รู้กี่คืนวันที่เขาพยายามหลอกตัวเองว่ามันเป็นแค่ฝันร้ายพอกลับบ้านร่างบางจะรอรับอยู่ พอตื่นร่างนี้จะนอนเคียง แล้วนี่เขาพบแล้ว แต่ทำไมกลับมาบอกว่าไม่ใช่ของเขาอีกแล้ว เป็นของคนอื่น เจ้าของร่างนี้เป็นคนอื่น ร่างนี้ ทอดร่างให้คนอื่นมีคนอื่นได้สัมผัส แตะต้อง กอดก่าย เป็นเจ้าของ แค่คิดก็'ไม่! ไม่เด็ดขาด! ไม่มีทาง! ของๆเขา เขาตามหามาตลอด เขาเป็นคนพบเพชรเม็ดนี้ แล้วจะให้คนอื่นมาครองงั้นเหรอ ไม่มีทาง ฝันไปเถอะ'

วนัสกำลังอึดอัด อ้อมกอดของภูริตรัดเขาแน่น ภูริตไม่ยอมพูดอะไรเลยหลังจากที่วนัสโกหกออกไป เขาไม่อยากทำแบบนี้เลยแต่ก็

"ใคร?" ภูริตเอ่ยเสียงเครียด คำเดียวสั้นๆ

"" วนัสไม่ตอบ อันที่จริงตอบไม่ได้ต่างหาก เขารักภูริตคนเดียว แต่จะให้เขากลับไปอยู่ดูภูริตมีคนอื่นแทนที่เขาล่ะก็ เขายอมเป็นฝ่ายถูกทิ้งเสียดีกว่า

"มันเป็นใคร?" ภูริตกอดวนัสแน่นอีกบีบแขนวนัสราวจะให้แหลกคามือ

"พี่ภูอย่ารู้เลย มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก พี่ภูปล่อยผมเถอะ ผมเจ็บ" วนัสร้อง ใช่! เขาเจ็บแต่แค่นี้ถ้าเทียบกับหัวใจเขาแล้วเทียบไม่ได้หรอก

"บอกมา!" ผ่อนแรงนิดนึงแต่ไม่ยอมปล่อย

"พี่ภูรู้แล้วจะได้อะไร? ยังไงซะต่อให้ผมกลับไปกับพี่วันนึงเราก็ต้องแยกกันอยู่ดี เมืองไทยไม่ยอมรับเรื่องHomoหรอก พี่เองก็ต้องคอยระวังเรื่องภาพพจน์ จบมันเสียแต่ตอนนี้เถอะ ผมขออย่างน้อยเรายังเหลือความทรงจำดีๆให้กันได้ อย่าทำลายความรู้สึกดีๆที่ผมยังพอมีให้พี่เลย เหลือไว้บ้างเถอะพี่ ผมไม่อยากให้เราต้องเลิกกันทั้งที่เกลียดกัน ผม ผม" วนัสพูดไม่ออก เขากำลังจะร้องไห้

เขารักภูริตมาก มากจนทนไม่ได้ที่จะต้องแบ่งเขากับคนอื่น แต่ถ้าเขาบอกภูริตเขาอาจยอมทำตามที่วนัสต้องการก็ได้และมันจะกลายเป็นว่าเขาฉุดอนาคตของภูริตลงมาซึ่งเขาทำไม่ได้

'จะทำยังไงดี?' ภูริตคิด 'จะทำยังไงให้นัสยอมกลับมาหาเราแล้วไม่จากไปอีก ต้องหาทางทำให้ได้ไม่งั้นเราเสียนัสไปแน่ แล้วเราจะทนได้เหรอ?'

ตอนนั้นเอง เขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้

"ก็ได้นัส เธอชนะ เธอก็รู้ว่าพี่ไม่มีทางสู้เธอได้เลย พี่อาจจะไม่เคยแพ้ใครแต่พอเป็นนัสพี่กลับ" เขาถอนหายใจ "พี่ยอมแล้วนัส ยอมแพ้แล้ว ยอมแล้วจริงๆ" เขาคลายวงแขน

"พี่คงทระนงตนมากไปสินะว่านัสรักพี่ นัสไม่มีวันทิ้งพี่ไปเด็ดขาด" เขาพูดเสียงเหนื่อยมาก ทอดสายตามองคนที่เขารัก รักจนหมดหัวใจ แววตาเจ็บปวด คนที่เขาแสนรัก แสนถนอม แสนหวง แสนห่วงยิ่งกว่าชีวิต แต่กลับหนีเขาราวกับเขาเป็นตัวน่ารังเกียจ ขยะแขยง

"นัสคงเกลียดพี่มากเลยสินะ ถึงหนีพี่ขนาดนี้ คงไม่อยากพบเห็น ได้ยินชื่อเลยใช่มั้ย? ทั้งๆที่พี่รักมากขนาดนี้น่ะ ตลอดเวลาที่นัสหนีพี่ พี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวเหลือเกินว่านัสจะมีอันตราย จะลำบาก จะถูกใครข่มเหงรังแก จะได้ทานอะไรรึยัง จะนอนที่ไหน คิดถึงพี่บ้างไหม แต่นัสกลับสบายดีทุกอย่างไม่ต้องห่วงเลยแถมมีคนรักใหม่อีกด้วย ฮะ! ฮะ! ฮะ! น่าตลกนะ"

'เราต้องเอาวนัสกลับมาให้ได้ต่อให้ต้องฆ่าคนก็ตาม ของเรา ใครหน้าไหนบังอาจมาขวางก็ลองดู'

"พี่ภู" วนัสไม่รู้จะพูดอะไรดี

ภูริตก้มศีรษะลงมาหาวนัสอย่างหลงไหล

วนัสยืนมองใบหน้านั้นค่อยๆก้มลงมาเหมือนถูกสะกด ก่อนที่จะสะดุ้งรู้ตัวเมื่อใบหน้านั้นก้มลงมาใกล้จนตาพร่า รู้สึกตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น รีบยกมือขึ้นยันอกกว้างไว้ พร้อมกับส่งเสียงเรียก "พี่ภ" เสียงกลืนหายไปในลำคอทันทีที่ภูริตปิดเรียวปากนุ่มด้วยริมฝีปากของเขา

ลิ้นอุ่นค่อยๆเปิดเรียวปากนั้น ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปกระหวัดเกี่ยวกับปลายลิ้นนุ่มเพื่อชิมความหอมหวานนั้นอย่างกระหาย

มือซ้ายประคองต้นคอบางแล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นมาจับศีรษะเล็กๆของวนัสเอียงเล็กน้อยไม่ให้ถอยหนี

ภูริตครอบครองริมฝีปากคู่นั้นอย่างรุนแรง ปลายลิ้นยังคงเกี่ยวตวัดอย่างดูดดื่มยาวนาน ชิงเอาสติและคำพูดของร่างบางให้ปลิวหายไป

ภูริตเริ่มดึงเสื้อและสอดมือลูบไล้ไปที่ยอดอก ขยี้ที่ปลายยอดนั้น วนัสคิดอะไรไม่ออก เขารู้ว่าควรหยุด แต่เขาไม่ทำ ถ้อยคำตัดพ้อเมื่อกี้ทำเอาเขาใจจะขาดรอนๆเสียให้ได้ ต่อให้ภูริตต้องการเขาตรงนี้เขาก็จะให้ เขาทำได้ทุกอย่างที่ชายคนนี้ต้องการ มือเริ่มลูบไล้ร่างนั้นอย่างนุ่มนวลและหนักมือขึ้น ร่างบางบิดตัวด้วยความทรมาน

ภูริตถอนริมฝีปากร้อนรุมออก แล้วค่อยจุมพิตหน้าผาก และเล็มใบหู ลำคอระหง ก่อนจะลดลงมาที่หน้าอก ลิ้นร้อนๆ ตวัดไล้เลียยอดอกพร้อมกับดูดเม้มอย่างแรง

ร่างบางถึงกับผวา ส่งเสียงครางออกมาอย่างทนไม่ได้ "อาา อ๊ะ พะ.. พี่ภูอ๊า"

ชายหนุ่มพรมจุมพิตไล้เลียชิมความหอมหวานไปทั่วใบหน้าและช่วงอก ตั้งใจปลุกเร้าร่างตรงหน้าเต็มที่

วนัสไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว รู้แต่ว่าต้องการมากกว่านี้ เด็กหนุ่มพยายามไขว่คว้าหาความสุขที่ภูริตมอบให้อย่างเต็มที่ มือสองข้างจับศีรษะของชายหนุ่มไว้แน่น

ภาพตรงหน้า ภูริตกำลังจูบเขา สัมผัสเขา ลิ้นของเขาไล้เลียไปทั่วร่างกายเหมือนเมื่อก่อน ราวกับความฝัน รสสัมผัสนี้อีก

เมื่อภูริตเงยหน้ามองวนัส ชายหนุ่มก็ต้องครางออกมา ร่างบางตรงหน้างดงามและเต็มไปด้วยอารมณ์พิศวาสที่ถูกเขาปลุกขึ้นมา เสื้อผ้ายุ่งเหยิง แววตานั้นฉายแววทรมานชัดเจน ปากเล็กแดงช้ำจากการกระทำของเขาเอง เมื่อเห็นอย่างนั้นจึงเอื้อมมือไปรูดซิปกางเกงของร่างบางลง แทรกนิ้วเรียวแข็งแรงลูบไล้ไปที่ส่วนสำคัญของวนัสที่ถูกกระตุ้นอารมณ์เต็มที่

"ฮ้า อาพี่.." วนัสทนไม่ไหว เขาครางบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน แต่ปากก็ไม่ร้องห้ามเลยแม้แต่คำเดียว วนัสเอื้อมมือโน้มศีรษะชายหนุ่มลงมาแตะที่ริมฝีปากได้รูปเบาๆ แล้วค่อยๆแทรกลิ้นเข้าไป

มือใหญ่ลูบไล้หนักมือขึ้น บีบลงไปเบาๆเหมือนเป็นรางวัลที่ร่างบางตอบสนองเขา

วนัสแทบไม่รับรู้อะไรอีกนอกจากมือที่กำลังลูบไล้เขาอยู่อย่างชำนาญ วนัสครางและหอบหายใจถี่เร็วเมื่อความสุขเริ่มทวีสูงขึ้น และสูงขึ้น

"พี่ อื้อออ พี่ภู พะ พี่ภู อา ดะ ได้โปรดพี่" เขาครางด้วยความคาดหวัง แต่มือของภูริตกลับวกกลับมาที่อกอีกครั้งทำให้วนัสถึงกับสะอื้น มือเขาขยับลูบไล้ร่างบางเบาๆ สร้างความทรมานแก่ร่างตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ

วนัสครางสะอื้นวอนขอด้วยความต้องการ ร่างบางแดงระเรื่อไปด้วยอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจนลืมความอายไปหมดสิ้น เงยหน้ามามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ปรารถนาแฝงแววทรมาน อ้อนวอน ร้องขอ

เขาห่างเรื่องแบบนี้ไปนานมาก เขามีแค่ภูริตคนเดียว ตั้งแต่จากมาเขาก็ไม่เคยมีใครอีก แล้วนี่เขายอมขนาดนี้แล้วภูริตยังทำเหมือนแกล้งกันอีก

"พี่ภู อ๊ะ ดะ เดี๋ยวนี้ เร็วพี่ ไม่ไหวแล้ว ผมไม่" แล้ววนัสก็อุทานออกมาเมื่อความสุขได้มาถึง ร่างกระตุกหลั่งรินความอบอุ่นสู่มือแข็งแรงนั่น วนัสวูบไปชั่วขณะ เขาค่อยๆผ่อนลมหายใจ แล้วจึงลืมตาขึ้น สบสายตาของภูริตที่เต็มไปความรัก ความปรารถนาและทรมาน

ชายหนุ่มยกมือขึ้นไล้เลียรสชาติของวนัสที่ติดมืออยู่

วนัสหน้าแดง เขาสบสายตาคมคู่นั้นแล้วก็ถึงกับครางออกมาพยายามทรงตัวขึ้น แล้วอิงร่างไปหาชายหนุ่มกอดเขาไว้แนบแน่น น้ำตาไหลพราก

'เรารักเขา รักมาก ทำไม ทำไมต้องมาเจอกันอีกนะ แล้วเราจะอยู่ได้ยังไง? ตายเสียไม่ดีกว่าหรือนี่?'

ทั้งสองคนกอดกันอย่างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ภูริตก็พูดขึ้นว่า"นัส พี่ขออะไรอย่างนึงได้ไหม?"

"อะอะไรครับ?"

"พรุ่งนี้ทานข้าวกับพี่นะ ขอร้องล่ะ อย่าปฏิเสธเลย อย่างน้อยพี่ก็"

"ครับพี่ภู ผมจะไป"

"ที่โรงแรมที่พี่พักนะ พี่จะส่งรถไปรับตอน6โมงนะ"

"ครับ"

"มาเถอะพี่ไปส่ง"

"ผมกลับเองได้ครับ ไม่เป็นไร" หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อกี้ เขาชักไม่วางใจตัวเองซะแล้ว

"ทำไม? มีใครรออยู่ที่บ้านรึไง? ถึงไม่อยากให้ไปส่ง วสินก็ไม่อยู่ไปอิตาลี่นี่ เรณูก็กลับเมืองไทย" ภูริตถามเสียงเครียด

"เปล่านะครับ ไม่มีใครรอ แค่เห็นว่าคนละทาง ก็โรงแรมที่พี่ภูพักทุกทีมันอยู่คนละทางนี่ครับ ผมเกรงใจ" เขารีบตอบ ไม่อยากให้ภูริตเข้าใจผิดมากไปกว่านี้ 'ถึงต้องเลิกกันเราก็ บ้าจริงเราน่าจะรับสมอ้างไปเลยนะ'

"เกรงใจทำไม พี่เองอยากไปส่ง อยากอยู่ใกล้ๆอีกนิดก็ยังดี เพราะอีกหน่อยแม้แต่จะพบก็คงยาก เพราะเราคงไม่อยากพบพี่ กลัวคนใหม่จะระแวงล่ะสิ แม้แต่ชื่อพี่ก็คงไม่อยากได้ยินให้ระคายหู ไม่ต้องห่วงพี่ไม่ฉุดเข้าโรงแรมหรอก" ภูริตหัวเราะเสียงขมขื่น แล้วถอนหายใจแรง

"ไปเถอะ อากาศเย็น เรายิ่งเป็นหวัดง่ายๆอยู่" เขาโอบร่างบางเข้าใกล้

วนัสยอมตามแต่โดยดี 'เราน่ะเหรอไม่อยากพบพี่ภู เราน่ะเหรอกลัวคนใหม่จะระแวง เราน่ะเหรอแม้แต่ชื่อพี่ภูก็คงไม่อยากได้ยินให้ระคายหู โธ่! พี่ภูคนที่จะเป็นแบบนั้นน่ะพี่มากกว่า อีกไม่นานพี่ก็จะมีคนใหม่ คงจะลืมผมมากกว่า แต่ผมไม่มีวันลืมพี่หรอก จนตายก็ไม่มีวัน'

ภูริตดีใจที่ร่างบางไม่ขัดขืน แสดงว่าเขายังมีหวังอยู่หรอกน่า 'พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ก่อนเหอะน่า นัส พี่จะทำให้นัสไม่อยากจากพี่ไปไหนอีกเลย' เขายิ้ม ยิ้มแบบที่วนัสเห็นเข้าล่ะก็ต้องเปลี่ยนใจ+กระโดดหนีไปตั้งหลักซัก 100เมตร 10,000ไมล์ 1,000,000โยชน์เลยทีเดียว (อธิบายง่ายๆนะ ประมาณ Dr. Aoe Kieji of Love Mode or Dr. มัตสึอิ or ประธานหอโซเรียวคาชิวากิผู้งามงดของเรา เวลาอยากแกล้ง/นึกอะไรสนุกๆออกนั่นแหละ แต่ซวยHaruomi, Naoya, Ownerแสนสง่า Aoe Reijiสุดlove, ชินโกะ, กะ ทาจังนั่นแล HO HO HO เหมาหมดกลุ่มเลย KE KE KE ) ตกลงมันโชคดีหรือโชคเลือดกันแน่นะ ที่วนัสมองไม่เห็นรอยยิ้มของภูริตน่ะ แต่ที่แน่ๆ Luckyของคนอ่านแหงๆ เพราะถ้าเห็นคงไม่มีอะไรสนุกๆให้คนเขียนเขียนต่ออ่ะดิเนอะ^O^ว่ามั้ย พวกเราาาา


To be continue

Comment

Comment:

Tweet