2006/Sep/20

เพื่อนรัก

กลางดึกคืนหนึ่งที่เงียบสงัดห้องเช่าหรูหราใจกลางมหานครนิวยอร์คชายหนุ่มผมทองอายุอานามไม่เกินสามสิบห้ากำลังนั่งอยู่หน้าแกรนด์เปียโนที่ตั้งอยู่กลางห้อง

นิ้วมือทั้งสองข้างกำลังบรรเลงไปตามเนื้อเพลงอย่างคล่องแคล่วพริ้วไหวด้วยความชำนาญและพรสวรรค์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดหากรอบตัวเขากลับเต็มไปด้วยกระดาษโน้ตเพลงที่ถูกขยำทิ้งบ้างฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยบ้างหรือไม่ก็ถูกโยนเกลื่อนกลาดไปทั่วบริเวณ

ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งจากก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งไว้ในที่เขี่ยบุหรี่แบบไม่แยแสอะไรกับมักมากนักและดูเหมือนเจ้าตัวก็จะลืมเกี่ยวกับบุหรี่มวนนั้นเสียสนิทเมื่องานเริ่มลื่นไหลไปได้ด้วยดีจนลืมเวลาและสถานที่ไปเสียสิ้น

ชายหนุ่มยังคงนั่งหลังตรงหากหลับตาพริ้มปล่อยใจและกายไปกับอารมณ์ของเพลงที่ตนกำลังบรรเลงอยู่นั่นเอง

ท่วงทำนองที่อ่อนหวานหากสื่อถึงความเศร้าสร้อยบีบคั้นจิตใจนิ่งนักสื่อถึงสิ่งที่ผู้แต่งพยายามถ่ายทอดเป็นอย่างดี

ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นเหม่อมองฝ้าเพดานหากจุดที่มองไปนั้นกลับไม่ใช่ฝ้านั่นเลยกลับเป็น

เส้นผมสีทองปนแดงที่ถูกลมพัดปลิวตามกระแสลมหนาราวกลุ่มไหม

ลำคอยาวระหงบอบบางราวอิสตรี

แก้มสีชมพูที่บ่งบองว่าเจ้าตัวมีสุขภาพที่ดีขนาดไหน

ริมฝีปากบางเฉียบที่ยามแย้มยิ้มช่างงดงามนักหากยามเม้มสนิทด้วยแรงโกรธาก็ดูงามไปอีกแบบ

ดวงตาคู่สวยสีฟ้าใสช่างมีชีวิตชีวาทุกคราที่ได้เจอราวกับเก็บดาวจากท้องฟ้ายามค่ำคืนไว้ในดวงตาคู่นั่นเพื่อให้มาทอแสงเปล่งประกายยามกลางวัน

คนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขามาวันนี้กลับ.

ที่เคยเป็นของเขาที่อยู่เคียงข้างเขากลับถูกแทนที่ด้วยสาวน้อยหน้าใสผู้มีเค้าโครงเดียวกับเขาน้องสาวแท้ของตนเองคือผู้ที่ได้ที่ตรงนั้นไปเธอมาแทนที่เขา

แองเจลิก้าสาวน้อยผู้มีเสียงสวรรค์สมดั่งชื่อของตนผู้ที่มาแทนที่เขาในวันนี้คือน้องสาวแท้ที่มีดีเอ็นเอเดียวกันน้องสาวที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกถึงพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดเช่นเดียวกับเขา

* อยากจะเรียกเธอที่รักให้เหมือนอย่างตอนที่รักกันฉันรู้ว่ามันคงทำไม่ได้อีก

ก็เธอมีใครสำคัญแทนฉันที่เธอเคยมีวันนี้ฉันรู้คือเป็นแค่ใคร *

อีกมุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะกลมตัวหนึ่งวางไว้ที่มุมนิตยสารบันเทิงยักษ์ใหญ่เล่มหนึ่งวางไว้บนปกเป็นรูปถ่ายของชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินซื้อของอยู่ในย่านซานต้าโมนิก้าควงแขนกันอย่างมีความสุข

"แองจี้พบรักกับโปรดิวเซอร์หนุ่มไฟแรง" คือสิ่งที่ถูกพาดหัวไว้บนปก 

บรรทัดต่อมาก็คือหัวข่าวย่อยอีก 2 - 3 ประโยคที่บาดตาบาดใจชายหนุ่มยิ่งนักจนทนอ่านต่อไปไม่ไหวต้องลุกไปสงบสติอารมณ์ที่เปียโนหลังงาม

เมื่อตอนที่เขาพึ่งจบไฮสคูลใหม่เขาเดินทางจากฝั่งตะวันตกไปยังอีกฟากทวีปเพื่อเข้าเรียนกที่สถาบันดนตรี Juliette อันเป็นสถาบันดนตรีอันดับต้นของทวีปอเมริกาเหนือ

เขาสตีเฟนวิลลาร์ดลูกชายคนที่สองของตระกูลวิลลาร์ดผู้ทางอิทธิพลในแวดวงมายาฮอลลีวูดคนหนุ่มอนาคตไกลมองรอบข้างอย่างไม่แยแสในความเป็นไปเอาตนเองเป็นที่ตั้งโลกใบนี้หมุนรอบตัวเขาหาใช่เขาหมุนตามสังคมไม่

เขาคือผู้ลิขิตชีวิตคนต่างหากเขาเพียบพร้อมรูปงามนามเพราะต้องการอะไรไม่มีใครไม่หามาประเคนให้

ชายหญิงมากหน้าหลายตาพากันมารุมล้อมเอาใจเขาทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้ด้วยรู้ดีว่าถ้าเขาพอใจถึงขั้นให้การสนับสนุนใครคนนั้นก็จะสบายสามารถแจ้งเกิดไม่แน่นอนคนที่เข้ามาหาเขาล้วนต้องการสิ่งตอบแทนทั้งนั้นหากมีคนหนึ่งที่ไม่ใช่เจฟ

เจฟรีย์แลงเพื่อนที่เรียนมาที่ Juliette ด้วยกันเจฟเป็นเพื่อนที่คบกันด้วยความพอใจความเป็นเพื่อนที่แท้จริงหาได้คบเพื่อผลประโยชน์ไม่

แรกเริ่มตัวเขาเองก็ยังสงสัยเคลือบแคลงอยู่หากกาลเวลาล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงน้ำใสใจจริงมิตรภาพที่เขาใฝ่หามานานเจฟคือผู้ที่มองสิ่งนั้นให้เขา

จากวันแรกที่คบกันจนกระทั่งความสัมพันธ์ทีเปลี่ยนไปด้วยความเมาผสมกับอยากรู้อยากลองจึงทำให้มิตรภาพฉันท์เพื่อนกลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมเตียงและคนรักในที่สุด

สตีฟคบมาหมดแล้วทั้งชายหญิงกระเทยทั้งที่ผ่าแล้วและยังไม่ผ่าเรียกว่าผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนประสบการณ์ความสามารถกลเม็ดลูกเด็ดมีเพียบเต็มพิกัดไอ้การจะทำให้ผู้ชายซื่อปกติธรรมดามาติดในรสชาติของเขาน่ะมันไม่ยากเกินไปหรอกต่อให้เขาเป็นฝ่ายรุกก็เถอะ

สำหรับเจฟแม้จะเคยนอนกับผู้หญิงมาบ้างหากก็ไม่ถึงกับจะเรียกว่าคุ้นเคยหรือเชี่ยวอะไรแค่พอเป็นมวยเท่านั้นสตีฟจึงมีทางเปลี่ยนลัทธิเขาง่ายเข้าไปใหญ่

ทั้งคู่คบกันนานมากในสายตาคนภายนอกทั้งคู่คือเพื่อนสนิทที่ซี้กันมากยิ่งในวงสังคมที่ทั้งคู่อยู่มองการสนิทของเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติจึงไม่สนใจอะไรมาก

ตลอดสี่ปีที่เรียนที่นั่นสตีฟกลับบ้านแค่ช่วยระยะเวลาสั้นคือคริสต์มาสและช่วงปิดภาคเท่านั้นโดยเจฟไม่ได้ตามไปด้วยเพราะเขาก็มีครอบครัวของตนที่ต้องกลับไปเยี่ยมเช่นกัน

เมื่อเรียนจบต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานหากยังติดต่อไปมาหาสู่สานสัมพันธ์กันเช่นเดิมจนวันหนึ่งแองจี้น้องเขาโทรมาบอกว่าจะออกซิงเกิ้ลของตัวเอง

เขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากด้วยรู้ดีถึงความสามารถของน้องตนเองดีประกอบกับการที่เธอเข้าวงการแสดงมาแต่เด็กเขาจึงพอจะเดาได้ว่าน้องเขาต้องก้าวมาในเส้นทางนี้แน่นอน

หากเจฟซึ่งเป็นแฟนผลงานอยู่แล้วกลับตื่นเต้นมากจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่เขาเฝ้าถามซ้ำถามซากถึงรายละเอียดต่างราวกับเป็นพี่ชายแท้ๆเสียเอง

และแล้วเมื่อแองจี่เดินทางมาโปรโมทงานของตนที่นิวยอร์คทั้งคู่ก็พบกัน

ความรักไม่เคยเลือกสถานที่เวลาหรือบุคคลใด