2006/Sep/23

-6-

By kurumi

ถ้ามีใครเดินผ่านมาคงเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีอายุไม่น่าเกิน25ปี แต่งกายสุภาพ ยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าประตูห้องsuit (อ่านว่า สวีท)ของโรงแรมชั้นหนึ่งใจกลางกรุงลอนดอน

บางทีเราน่าจะตัดใจจากกันกับพี่ภูแค่นี้นะ นั่นอาจจะเป็นทางที่ดีที่สุดก็ได้ แต่พอวนัสคิดว่าอาจจะไม่ได้พบกับภูริตอีกแล้ว เขาก็เปลี่ยนใจกดกริ่งที่ประตูทันที

ภูริตเปิดประตูรับวนัสด้วยตนเอง หน้าตาดูอิดโรย ไม่สบายมาก

วนัสตกใจเพราะปกติแล้วภูริตเป็นคนแข็งแรงมาก ไม่ค่อยล้มหมอนนอนเสื่อง่ายๆเลยถามออกไปว่า พี่ภูเป็นอะไรครับ ไม่สบายมากมั้ย หน้าตาไม่ดีเลย

สังเกตเห็นด้วยเหรอ? นึกว่าจะไม่มองหน้ากันซะแล้ว

วนัสสะอึกไปกับน้ำคำของภูริต

แล้วที่มานี่บอกกันหรือยังล่ะ เขาถาม

ครับ วนัสงง ไม่เข้าใจคำถามที่ภูริตถาม

ก็หมอนั่น คนรักคนใหม่ของเราไง ยอมให้มาพบพี่นี่ใจกว้างจริงแฮะ จะว่าไม่รู้ว่าเราเคยเป็นอะไรกันก็ไม่ใช่ เขาเจ็บใจมากเสียจนอดไม่ได้ที่จะประชด ไม่ยอมมองหน้าวนัสเลย

"" วนัสอึ้ง เขาพูดไม่ออกว่าที่เคยพูดไว้นั้นเป็นการโกหก 'โธ่ ทำไงดีล่ะเข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว ปากหนอปาก'

"นั่งสิ"ภูริตบอก เขาเห็นวนัสนิ่งเงียบก็นึกว่ายอมรับและไม่อยากพูดด้วยก็โมโห

"ทานกันที่นี่แหละนะ พี่ไม่อยากไปข้างนอก"เขาอธิบาย

"ก็ดีครับ" วนัสไม่รู้จะพูดอะไรดีจึงตอบไปแค่นั้น

'หน้าพี่ภูแดงเหลือเกิน สงสัยไข้จะขึ้น ทานในนี้ก็ดีแล้วล่ะถ้าออกไปข้างนอกเดี๋ยวจะยิ่งเป็นหนัก' วนัสคิดในใจด้วยความเป็นห่วง

แต่ภูริตหรือจะเข้าใจถึงความเป็นห่วงของวนัส

"จริงสินะ คงไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าไปกับพี่ล่ะสิ กลัวคนรักใหม่จะเข้าใจผิดมากหรือไง" ภูริตอดไม่ได้ต้องขอกระทบกระแทก แดกดันวนัสสักหน่อย

"ไม่ใช่นะครับพี่ภูผม" วนัสพยายามจะอธิบายแต่ภูริตยกมือห้ามซะก่อน

"ช่างเถอะผมเข้าใจ ขี้เกียจฟังคำแก้ตัว ดื่มอะไรมั้ย" ภูริตทำหน้าเมื่อยไม่อยากฟังวนัสพูดและไม่มองหน้าเลย

วนัสใจหายวาบ 'เข้าใจ เข้าใจอะไรน่ะพี่ภู หรือจะทิ้งเราจริงๆ จะตัดใจจากเราจริงๆ เมื่อวานนี้แค่ลองเชิงเราดู แค่เล่นๆ ฆ่าเวลางั้นสินะ'คิดไปแล้วก็พาลจะร้องไห้ 'งั้นนี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะที่จะได้เจอกันแบบนี้ พี่ภู ผม ผม'

"ว่าไงล่ะ จะดื่มอะไรไหม วนัส" เขาลงเสียงหนักเพื่อให้วนัสสะดุดในการเรียกสรรพนามที่เรียกไป

"ขอโค้กเถอะครับ" เขาตอบเบาๆ 'นี่คงเป็นคำตอบล่ะมั้ง' เขาคิดในใจ

ภูริตหันไปผสมเครื่องดื่มให้ตัวเองก่อนแล้วจึงเปิดตู้เย็นที่บาร์หยิบโค้กมาให้วนัส เขาไม่แม้แต่จะเปิดกระป๋องให้วนัส

วนัสยิ่งสะท้อนใจ เมื่อก่อนครั้งที่ยังรักกันอยู่ ทั้งเขาและภูริตต่างก็เอาอกเอาใจและคอยบริการกันและกันอย่างมาก แต่นี่.. ยิ่งคิดวนัสก็ยิ่งจะร้องไห้ให้ได้ วนัสพูดขอบคุณเบาๆและหยิบกระป๋องโค้กมาเปิด

ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง ภูริตกำลังเล่นเกมเงียบกับเขา

วนัสรู้ว่าภูริตเป็นคนที่ชอบเอาชนะ รักความเป็นผู้ชนะที่สุด ชอบใช้สงครามทางจิตวิทยาที่สุด เขาทำลายคู่แข่งหลายคนไปได้เพราะเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

เขากำลังรอให้วนัสทนไม่ไหว และเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน

"มีอะไรเหรอครับ คุณวนัส" ภูริตพูดขึ้นอย่างเย็นชาและห่างเหิน

เท่านั้นเองความอดทนของวนัสก็ขาดผึง เขาร้องไห้ออกมาทันที จะให้เขาทนอะไรก็ทนได้ยกเว้นความเย็นชาห่างเหิน หมางเมินของภูริตเท่านั้นที่เขาทนไม่ได้

พอภูริตเห็นวนัสร้องไห้ ใจที่เคยแข็งดั่งหินก็อ่อนยวบ แต่เขาก็รู้ว่า ถ้าเขาไม่ใจแข็งล่ะก็ เขาคงจะต้องเสียวนัสไปแน่ แค่คิดถึงช่วงเวลากว่า 18 เดือนที่ผ่านมา เขาต้องอยู่กับชีวิตแบบไหน เขาก็ไม่อยากอยู่แล้วยิ่งคิดถึงคำพูดที่วนัสพูดเมื่อวานนี้อีก 'ผมมีคนรักแล้ว' ภูริตก็ยิ่งไม่ยอมเข้าไปอีก

ภูริตไม่ได้ปลอบวนัสหรือเอ่ยอะไรออกมาเลย เขานั่งนิ่งๆวนัสอยู่ลอบมองวนัสอยู่เงียบๆ

วนัสหยุดร้องไห้ เขาพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุดแล้วจึงเอ่ยขอโทษอ้อมแอ้มออกมา

ภูริตไม่ว่าอะไร เขาส่งกระดาษทิชชูให้วนัสก่อนแล้วจึงเอ่ยถามวนัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมนิดเดียวเท่านั้น

"หิวหรือยัง จะสั่งอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าล่ะ สมคิดเค้าสั่งอาหารได้แล้ว ก็เหมือนทุกทีแหละนะ แต่ถ้าอยากทานอะไรเป็นพิเศษก็สั่งได้นะ"

"งั้นก็ให้เขาตั้งโต๊ะเลยนะ" ภูริตถาม

วนัสไม่ตอบแต่ภูริตก็ไม่สนใจ เขาเดินไปที่โทรศัพท์สั่งอะไร 2 - 3 คำแล้วเขาก็เดินมานั่งที่เดิม

ต่างคนต่างนิ่งเงียบ สักพักก็มีเสียงกดออดประตู แล้วมีคนไปเปิดประตู

'คงเป็นสมคิด' วนัสคิด

สมคิดเดินเข้ามาบอกว่าอาหารพร้อมแล้ว เขากับภูริตเดินไปที่ห้องข้างๆแล้วนั่งเคียงกัน

สมคิดกับบ๋อยเดินออกไปจากห้อง วนัสแปลกใจเนื่องจากตามธรรมดาบ๋อยจะอยู่บริการจนกว่าจะทานเสร็จหรือไม่ก็สมคิดต้องอยู่ แต่นี่..

"ผมเป็นคนให้ 2 คนนั้นออกไปเอง เราทานกันธรรมดา แถมผมก็ไม่ค่อยสบายเลยไม่อยากให้ใครอยู่นานเดียวจะติด" ภูริตอธิบายเรียบๆ เขาเดาความคิดวนัสออกมา

วนัสพึ่งถึงบางอ้อแต่คนมันกำลังน้อยใจเลยพาลคิดไปถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง 'อ้อ ห่วงสมคิดแต่ไม่ห่วงว่าเราจะติดรึเปล่า' (ไปโน่นเลยนะ พี่นัสเอ๋ย)

จู่ๆภูริตก็เอ่ยขึ้นว่า "โทษนะครับ คุณวนัส ช่วยหยิบยาก่อนอาหารที่หัวเตียงให้หน่อยจะได้ไหมครับ ผมมียาก่อนอาการที่จะต้องทาน บังเอิญลืมหยิบมา"

วนัสได้ยินดังนั้นจึงลุกไปหยิบให้ ระหว่างนั้นภูริตจึงถือโอกาสหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วโรยลงไปในแก้วไวน์ทั้งไวน์แดงและไวน์ขาว ในถ้วยซุป สลัด และจานอาหารของวนัส แล้วยังรวมไปถึงโถแก้วใส่น้ำผลไม้รวมที่ตั้งอยู่รถเข็นข้างๆโต๊ะอีก (เรียกว่ามีกี่แก้ว พ่อใส่หมด)

เขารู้ว่าวนัสชอบดื่มน้ำผลไม้รวมของที่นี่มากมาที่อังกฤษครั้งใด เขาต้องสั่งมาทุกครั้ง

สักครู่ วนัสก็เดินกลับมาหร้อมยาในมือ "นี่ใช่ไหมครับ" วนัสยื่นตลับใส่ยาให้ภูริต

"ใช่ครับ ขอบคุณ"ภูริตยื่นมือออกไปรับและกินยาลงไป 1 เม็ด

วนัสอยากถามว่ายาอะไร แต่ก็ไม่กล้าพูด

ทั่งคู่เริ่มลงมือรับประทานอาการกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรเลย

ภูริตเฝ้าสังเกตว่าวนัสกินอะไรลงไปบ้าง พอเห็นวนัสทานซุปไปได้หน่อยเดียวประมาณครึ่งถ้วยก็เริ่มทานสลัด ภูริตเริ่มวิตกว่าวนัสจะทาน(ยา)ไม่เยอะ จึงชวนวนัสชนแก้ว วนัสแปลกใจแต่ก็ไม่ทันเล่ห์ของภูริตจึงชนแก้วโดยดี

ภูริตเอ่ยว่า "ดื่มหมดแก้วเลยนะครับ"

วนัสแปลกใจถามว่า "มีอะไรเหรอครับ ปกติพี่ เอ๊ย คุณภูริตไม่ชวนใครดื่มแบบนี้นี่ครับ"

ภูริตแกล้งทำหน้าเคร่ง "ทำไม กลัวว่าเดี๋ยวจะเมา แล้วคนรักจะต้องเป็นห่วงหรือไง ไม่ต้องหรอก ถ้าเมาจะให้สมคิดไปส่งถึงบ้านเลย ไม่กักตัวไว้หรอก" เพราะกลัววนัสจะผิดสังเกตจึงพยายามเบี่ยงเบนไปหัวข้ออื่นซึ่งก็ได้ผลดีทีเดียว

วนัสรีบบอกว่า "ไม่ใช่นะครับ แค่แปลกใจเท่านั้นเอง" แล้วก็รีบดื่มทันที่

ภูริตแอบยิ้มสะใจ "งั้นก็ทานให้มากๆแล้วกัน ผอมจะแย่อยู่แล้ว เมื่อวานตอนกอดน่ะ นึกแล้วยังตกใจแทบแย่ว่าทำไมเราถึงผอมขนาดนั้น เจอแต่กระดูกทิ่มเนื้อ นี่วสินดูแลเรายังไงนะ เรณูอีกคน เรามาอยู่เมืองนอก นมเนยออกเยอะ ทำไมผอมนักนะ ไม่เข้าใจ" ภูริตบ่นด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใย ทำให้วนัสดีใจมาก

เขาจึงพยายามทานอาการมากๆเพื่อเอาใจภูริตซึ่งเขาไม่รู้เลยว่านั่นเป็นกับดัก(กาม)ที่ภูริตวางไว้ล่อแท้ๆเลย

ภูริตชวนวนัสคุยไปเรื่อยๆให้วนัสตอบแล้วก็คอยเติมน้ำผลไม้และไวน์ให้วนัสเรื่อยๆ

กว่าจะถึงของหวาน วนัสก็ดื่มไปแล้วหลายแก้ว(เห็นว่าเป็น 10 นะ)

ภูริตอาสาเป็นคนชงกาแฟเองและไล่ให้วนัสไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น สักพักภูริตก็ถือแก้วกาแฟสำหรับวนัสและบรั่นดีสำหรับตัวเองออกมา

วนัสเห็นดังนั้นก็เตือนภูริตว่า "คุณภูริตดื่มมากไปแล้วนะครับ ไม่ค่อยสบายไม่ใช่เหรอครับ"

"ไม่หรอก ดีแล้วล่ะ" ภูริตตอบเรียบๆ

วนัสรับกาแฟมาจากภูริต ดื่มกาแฟแล้วรู้สึกว่ารสแปลกๆแต่ก็ไม่คิดอะไรมากเพราะเขารู้สึกว่าลิ้นเขาวันนี้มันแปลกๆ

ทำไมมีแต่ความรู้สึกว่าอาหาร เครื่องดื่ม มีรสขมทุกอย่างเลย (ไม่ไหวแฮะ)

ขณะที่นั่งดื่มกาแฟกันอยู่นั่นเอง ภูริตก็ถามขึ้นมาว่า "ตอนนั้นหลังจากที่พี่ไปฮ่องกงแล้ว นัสออกจากบ้านไป นัสไปทำอะไรมาบ้างล่ะ"

คำถามของภูริตทำให้วนัสสำลักกาแฟที่กำลังดื่มอยู่ทันที

"ถามทำไมครับ" วนัสถามตะกุกตะกัก

"ก็แค่อยากรู้" ภูริตยักไหล่ ทำท่าว่าไม่น่าใช่เรื่องใหญ่อะไรที่จะถาม

(แต่ความจริงจากปากของพี่ภูริตที่บอกแก่วนัสและ kurumi ก็คือตอนนั้นคิดไว้ว่าจะได้กลับมาแก้แค้นพวกที่ซ่อนวนัสไว้จากเขา วิธีง่ายๆหมกท่อมันซะเลยว่างั้นเหอะ แล้วก็ตัดทางหนีทีไล่ซะให้หมด จะได้ไม่มีการหนีครั้งที่ 2 ยังไงล่ะ ร้ายไหม ปีศาจเรียกพี่)

"ตอนนั้นผมนึกอะไรไม่ออกเลยรู้แต่ว่าผมต้องออกมาจากที่บ้านก่อนที่พี่จะกลับมา ผมเองก็เลยมาอยู่กับพี่สินก่อน

แล้วพอดีนัทเค้าโทรมาหาว่าเค้าได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว สอบแค่สัมภาษณ์มั้งรึไงเนี่ยแหละครับ แล้วผมก็เลยนัดนัทเค้ามาเจอกัน แล้วเลยเล่าเรื่องให้เค้าฟัง" วนัสเล่าไปไม่ปิดบัง แต่หารู้ไม่ว่ากำลังมอบความซวยขั้นชะตาขาดให้น้องนัทผู้นี้ -_-"

'ยัยนัท อืมมมม บัญชีดำหมายเลขหนึ่ง ลิสต์แล้ว' ภูริตคำรามในใจพลางจดบัญชีหนังหมาอย่างรวดเร็ว 'ยัยนี้ต้อง'

"เค้าก็บอกว่าให้ผมคิดดีๆนะ ตอนนั้นเค้าเป็นยังไงพี่ก็รู้ พึ่งมานิสัยยังไม่เข้าที่ เหมือนเด็กอเมริกันแหละครับ แต่พี่อย่าไปว่าอะไรนะครับ" วนัสรีบขอร้องเขาก่อนที่ภูริตจะไปทำอะไรเด็กคนนี้เข้า

ภูริตยิ้งพลางบอกว่า "ไม่ทำหรอก ไม่ต้องห่วง" หัวเราะนิดๆ "ขืนทำล่ะ ป๋าเค้าคงมายิงหัวพี่พอดี แถมป๋าพี่จะตามฆ่าพี่ด้วย ไปยุ่งกะหลานที่รักของเค้าเข้า ซวยพอดี" (โกหก พี่ภูโกหกที่สุด)

"ผมก็เลยถามนัทว่า ผมขอให้เค้าติดต่อ Homestay ที่โน่นให้หน่อย ผมอยากไปอยู่ที่โน่นซักพัก แล้วผมจะจ่ายเงินให้ทุกอย่างถือว่าแบ่งเช่าก็ได้ นัทเค้าก็ OK จะลองติดต่อให้ ผมก็เลยรออยู่พักนึง นัทก็บอกว่า OK เค้าคิดยังไง ผมก็จัดการ Visa จองตั๋วไปเลย"

ภูริตอึ้ง เขานึกถึงวันที่เขากลับมาไม่พบวนัสที่บ้าน เขางงมากจนเจอจดหมายที่วนัสเขียนไว้ให้บอกว่า เขาไปแล้วและจะไม่กลับมาที่นี่อีก ความสัมพันธ์ทุกอย่างให้จบกันแค่นี้ และอื่นๆอีกมากมาย แต่เขาในตอนนั้นไม่ได้อ่าน

แค่เริ่มต้นจดหมาย หัวใจเขาก็หยุดเต้นเสียแล้ว 'ไปแล้วหมายความว่ายังไง เลิกกันงั้นเหรอ' ภูริตไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาตรงไปหาวสินทันที

แต่วสินกลับบอกว่าวนัสไม่อยู่ในเมืองไทยแล้ว เขาไปจากเมืองไทยนานแค่ 2 อาทิตย์เองแต่กลับมาพบกับเรื่องแบบนี้

ภูริตไม่เชื่อเขาบุกเข้าไปค้นวนัสในบ้านแต่ก็ต้องผิดหวังไม่พบวนัสที่นั่น

วสินไม่ขวางภูริตเลย เขาปล่อยให้ภูริตค้นตามสบาย

เรณูเองก็เช่นกันแถมยังไปหาน้ำเย็นมาให้ทั้งวสิน สมคิด จิต ดื่มรอระหว่างที่เขาค้นหาวนัสเสียอีก (เจ๋งมะ ใจเย็นจริงๆ เอ้า ตบมือหน่อย) เขาพยายามตามหาวนัสทุกที่แต่ก็คว้าน้ำเหลว

หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่ซึมเศร้าบ้างาน พอกลับถึงบ้านก็เก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปไหน ไม่ไปหาพ่อแม่

เขาไม่เคยนึกสงสัยยัยนัทเลยแต่กลับไปสงสัยยัยว่าน 4 ทิศนั่น จนว่านไล่ตะเพิดเขาออกมาหลายครั้ง

'ยัยนั่นไม่แคร์เลย ที่จะแสดงว่าเกลียดเราขนาดไหน' แต่ก็นั่นแหละนะ เขารู้ดีว่าว่านรักวนัสมาก เลยเกลียดที่เขาทำให้วนัสเสียมากเป็นธรรมดา

"ผมอยู่ที่โน่นได้พึกนึงก็เริ่มหาทางเรียนต่อกับทำงาน จนพี่สินบอกว่าเค้าจะมาอังกฤษ ผมเลยตามมาเรียนต่อที่นี่แล้วก็เจออาประชา" (เกลียดมัน)

'ไอ้นี่ต้องฆ่าทิ้งแล้วมั้ง บังอาจมาทำตัวเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงเรา เฮ้อ! นัสนี่น้าทำไมดูไม่ออกรึไงว่ามันเป็นยังไง' ภูริตบ่นในใจพลางปลงอย่างไม่เข้าใจในตัวคนรัก

"อาประชาเลยชวนมาทำงานด้วยอีกครั้ง" วนัสพูดจบ

"แล้วนัสบอกว่ายังไงล่ะ กับประชาน่ะ" ภูริตไม่อยากใช้คุณกับนายประชาเลยละซะเลย ให้ตายเถอะโรบิน

"ก็บอกว่าลาออกมาเรียนต่อน่ะครับ เค้าก็ไม่ว่าอะไร" วนัสตอบอย่างซื่อๆ

เขามองหน้าของคนรักพลางนึกถึงคืนวันเก่าๆที่เคยอยู่ด้วยกัน แล้วก็มองย้อนเวลากลับไปถึงช่วงที่ยังอยู่ที่ปารีสคืนนั้น

***~~~***~~~***~~~***


edit @ 2007/04/26 00:02:15

Comment

Comment:

Tweet